แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ทุ่งสีทอง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ทุ่งสีทอง แสดงบทความทั้งหมด
0

วิธีการทำปุ๋ยบำรุงนาข้าว

Posted by Gang of 4wd on 07:38 in
  นา(1)วิธีการทำปุ๋ยบำรุงนาข้าวใช้ปุ๋ยคอกแห้ง ,เปลือกถั่วลิสง,แกลบดิบ
  นา(2)รำอ่อนอย่างละ1ส่วนรดด้วยน้ำหมักเศษปลาพอเปียกหมัก21วันใช้ 400กก./ไร่
       


        คุณบุญเรือง  ราชภักดี  เกษตรกรบ้านหมูม่น ต.หมู ม่น อ.เมือง อุดรธานี .. จากที่ได้ทำงานสืบต่อจากคุณพ่อที่ทำงานด้านการรับ สร้างโรงสีในจังหวัดอุดรธานีมาตลอด และเป็นวิศวะกรเป็นที่รู้จักในวงการเจ้า ของโรงสี  แต่ช่วงหลังๆสังเกตเห็นภรรยาสุขภาพไม่ดี และได้ตรวจพบสารเคมีจึง เข้าใจว่าพืชผัก และข้าวที่เราซื้อทานเป็นสาเหตุทำลายสุขภาพ จึงหันมาสนใจ การทำ การเกษตรแบบอินทรีย์ จนประสบความสำเร็จ  และได้แนะนำเทคนิคการปลูกข้าว หอมนิลอินทรีย์เพิ่มผลผลิต ด้วยวิธีการดังนี้ 




การทำปุ๋ยปรับปรุงดิน
อ่านต่อกดจ๊ะ......

0

การเลี้ยงปลาในนาข้าว

Posted by Gang of 4wd on 22:41 in

ข้าว(1)การทำนาที่ลงตัวได้ประโยชน์เกินคุ้ม ทวีกำไรมากมาย
ข้าว(2)การเลี้ยงปลาและสัตว์น้ำในนาข้าว สนใจข้อมูลโทร * 1677 กด 2



เทคนิคการเลี้ยงปลาในนาข้าว เป็นการประหยัดพื้นที่และต้นทุนทั้ง อาหารปลาและปุ๋ยนาข้าว คุณตวงทิพย์เกษตรกรผู้เชี่ยวชาญเรื่องการเกษตรแบบพอ เพียงเจ้าของสูตรนี้ ได้เล่าให้ฟังว่าเป็นการประกอบอาชีพแบบพอเพียง จริงๆ เพราะประหยัดต้นทุนทั้งอาหารปลาและปุ๋ยในนาข้าวพื้นที่บนคันนายัง สามารถสร้างรายได้ด้วยการปลูกพืชผักกินใบได้อีกด้วย ส่วนนาที่จะทำการ เลี้ยงปลาได้นั้นต้องเป็นนาดำและใช้พันธุ์สูง เพราะจะมีพื้นที่บางส่วนที่ เป็นที่ลุ่มที่ลึก ในการเลี้ยงปลาหรือให้ปลาได้อยู่อาศัยได้

เทคนิคการเลี้ยงปลาในนาข้าว

อ่านต่อกดจ๊ะ......

0

ซุปเปอร์สมุนไพรกำจัดเพลี้ยในนาข้าว

Posted by Gang of 4wd on 22:35 in
ข้าว(1)ซุปเปอร์สมุนไพรกำจัดเพลี้ยในนาข้าว สูตรฉีดแล้วตัวเพลี้ยร่วงหล่น
       ข้าว(2)ใช้พืชสมุนไพรเช่นหัวกลอย,ต้นสบู่ดำเป็นหลักสนใจโทร * 1677 กด2
       


      ปัญหาเกษตรหลายท่านที่ทำการเกษตรแบบปลอดสารมักจะประสบปัญหาเรื่องผัก ไม่สวย หรือทำนาข้าวแล้วมักจะประสบปัญหาเรื่องเพลี้ยต่างๆที่ก่อให้เกิดความ เสียหายทำให้เกษตรกรมีต้นทุนสูงขึ้นในการชื้อสารเคมีมาฉีดพ่นในพื้นที่เพื่อ ป้องกัน คุณพ่อสิงห์ทอง นาชัย เกษตรกรที่มีองค์ความรู้เกี่ยวกับการใช้พืช สมุนไพร ได้คิดค้นสูตรในการกำจัดเพลี้ยและป้องกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดย เฉพาะสูตรฉีดเพลี้ยแล้วร่วง ใช้ในพื้นที่จนเป็นที่ยอมรับของเกษตรกรใน ชุมชน ซึ่งมีสมุนไพรที่นำมาหมักดังนี้




วัตถุดิบ
อ่านต่อกดจ๊ะ......

1

วิธีกำจัดหอยเชอรีในนาข้าว

Posted by Gang of 4wd on 18:45 in
ข้าว(1)วิธีกำจัดหอยเชอรีในนาข้าวโดยใช้ปลายข้าวหว่านให้ทั่วแปลงนา
ข้าว(2)หลังจากที่หอยเชอรีกินปลายข้าวเข้าไปจะทำให้ย่อยไม่ได้ท้องอืดตาย

เคล็ดลับในการกำจัดหอยเชอรี่ด้วยวิธีการง่ายๆ ที่เป็นปัญหาของเกษตรกรชาวนาในเกือบทุกพื้นที่ และบางรายยังไม่สามารถหาวิธีกำจัดได้ แต่ว่าคุณธนกิจสามารถกำจัดด้วยวิธีการเบื้องต้นที่เกษตรกรหลายๆท่านอาจคิดไม่ถึง วิธีการนี้เป็นวิธีการที่ไม่สลับซับซ้อนและเป็นวิธีการง่ายซึ่งมีวิธีการดังนี้

วิธีทำ
อ่านต่อกดจ๊ะ......

0

สูตรน้ำสมุนไพรแช่ข้าวเปลือก

Posted by Gang of 4wd on 18:32 in

ข้าว(1)สูตรแช่ข้าวเปลือกก่อนหว่านกล้าแข็งแรงใช้ยอดตำลึงฟักทองผักบุ้ง
ข้าว(2)น้ำ1ลิตร น้ำตาลทรายแดง1กก.พด2. 2ช้อนโต๊ะวิธีการทำโทร *1677 กด 2


การ ทำนาข้าวอินทรีย์ ด้วยการป้องกัน การบำรุง และเป็นการการสร้างความแข็งแรง ให้แก่กล้าข้าว ด้วยวิธีทางธรรมชาติ โดยอาศัยเคล็ดลับการแช่เมล็ดข้าวเปลือก ก่อนการหว่าน 1 คืน ด้วยน้ำหมักยอดผัก ที่ทำให้กลุ่มชุมชนบ้านชำปลา ไหล หมู่ที่ 12 ต.สองพี่น้อง อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี ได้ประสบความสำเร็จและ เอาชนะแมลงศัตรูพืชโดยอาศัยสารทางธรรมชาติทำให้กล้าข้าวในนาข้าวอินทรีย์ แข็งแรงและเจริญเติบโต เป็นแปลงนาที่ออกรวงข้าวได้ผลิตผลตามต้องการ



การเตรียมดิน/วัสดุ-อุปกรณ์

-เมล็ดข้าวเปลือกที่สมบูรณ์ที่ใช้ในการหว่านกล้า
-ยอดผักในพื้นที่ที่ปลอดสารพิษ ชนิดต่าง เช่น ยอดผักตำลึง ยอดฝักทอง ยอดผักบุ้ง ฯลฯ
-น้ำ
-น้ำตาลทรายแดง
-สารเร่ง พด. 2
-กระป๋องในการหมัก

ขั้นตอน
1.นำยอดผัก ชนิดต่าง เช่น ยอดผักบุ้ง ยอดผักตำลึง ยอดฝักทอง นำมาสับละเอียด จำนวน 3 กิโลกรัม
2.ผสมน้ำ 1 ลิตร (ขยำ คลุกเคล้าให้เข้ากัน)
3.หมักรวมกับ น้ำตาลทรายแดง 1 กิโลกรัม
4.ใส่ สารเร่ง พด. 2 จำนวน 1 ช้อนโต๊ะ

หมายเหตุ
หมักเป็นระยะเวลา 3 วัน กรองน้ำหมัก จำนวน 1 ลิตร นำมาผสมน้ำ 200 ลิตร แล้วนำเมล็ดข้าวเปลือกมาแช่ในอัตรา ข้าวเปลือก 1 กิโลกรัม ต่อ น้ำ 1 ลิตร เป็นเวลา 1 คืน ก่อนนำไปหว่านในร่องหว่านกล้าข้าว ถือเป็นวิธีการสร้างกล้าข้าวให้แข็งแรงด้วยการบำรุงตั้งแต่เป็นเมล็ดข้าว เปลือกก่อนการหว่าน

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
คุณพรเทพ สายพาณิชย์
เลขที่ 9/1 ม.12 ต.สองพี่น้อง อ. ท่าใหม่ จ.จันทบุรี 22000
โทรศัพท์ 086-309-3562

ที่มา : ศูนย์ทางด่วนข้อพมูลการเกษตร * ๑๖๗๗
สถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน จ. จันทบุรี

อ่านต่อกดจ๊ะ......

0

น้ำหมักจากเศษปลากระตุ้นข้าวออกรวง

Posted by Gang of 4wd on 18:24 in
ข้าว(1)น้ำหมักจากเศษปลากระตุ้นข้าวออกรวง น้ำส้มควันไม้1ลิตร เศษปลา40กก.
ข้าว(2)น้ำเปล่า100ลิตร พด.2 1 ซองหมักนาน1เดือนการใช้4ช้อนโต๊ะ/น้ำ20ลิตร

ใน ปัจจุบันเกษตรกรเริ่มที่จะหันมาทำการเกษตรแบบปลอดสารกันมากขึ้น และเริ่มที่ จะหันมาดูแลสุขภาพอย่างแพร่หลาย ตามแนวทางเกษตรทฤษฏีใหม่ คุณพ่อสิงห์ ทอง นาชัย เป็นอีกท่านหนึ่งที่ดำเนินกิจกรรมที่ในพื้น โดยเน้นกิจกรรมในรูป แบบไร่นาสวนผสม จากเคยเน้นใช้สารเคมีทั้งปุ๋ยและยาปราบศัตรูพืช จนแทบเอา ชีวิตทิ้งกับสารพิษเหล่านั้น ได้หันมาใช้สารอินทรีย์ทั้งแปลงไร่นาและแปลง ผักสวนครัว จนเป็นแปลงเกษตรอินทรีย์ ที่เป็นตัวอย่างของชุมชนทั้งในและต่าง ประเทศ



การประสบความสำเร็จในด้านเกษตรปลอกสาร และสามารถเพิ่มผลผลิต และลดต้นทุนในด้านการเกษตรในพื้นที่จนได้คำยกย่องให้เป็นปราชญ์ของชุมชน การเพิ่มผลผลิตในนาข้าว และช่วยลดต้นทุนการใช้ปุ๋ยในพื้นที่ซึ่งคุณพ่อมีสูตรที่คิดค้นขึ้นเองไม่ซ้ำ ใครในการเพิ่มผลผลิตในนาข้าวได้อย่างมี

วัสดุที่ต้องเตรียม
1.น้ำส้มควันไม้ 1 ลิตร (แทนกากน้ำตาล)
2.เศษหัวปลา 40 กก.
3.น้ำเปล่า 100 กก.
4.สารเร่ง ผด.2 จำนวน 1 ซอง
5.ถังหมัก 200 ลิตร

กรรมวิธีการหมัก
นำเศษหัวปลาที่เตรียมไว้ 40 กก.ลงถังหมัก ตามด้วยน้ำส้มควันไม้ 1 ลิตร หลังจากนั้นนำสารเร่ง ผด.2 จำนวน 1 ซองไปละลายน้ำเปล่า 5 ลิตร หลังจากนั้นเทลงถังหมัก ตามด้วย น้ำเปล่า 100 ลิตร หลังจากที่นำส่วนผสมทั้งหมดลงถังเรียบร้อยแล้วกวนส่วนผสมให้เข้ากันให้ดี เสร็จแล้วปิดผาถังให้สนิทแล้วหมักทิ้งไว้ไม่น้อยกว่า 30 วัน

อัตราส่วนการนำไปใช้
ใช้น้ำหมักปลา จำนวน 4 ซ้อนโต๊ะ ผสมน้ำเปล่า 20 ลิตร ฉีดพ่นในนาข้าวในช่วงที่ต้นข้าวกำลังตั้งท้อง จะช่วยให้ต้นข้าวออกรวงได้ดี ช่วยให้เมล็ดข้าวมีน้ำหนัก


ที่มา : ศูนย์ทางด่วนข้อมูลการเกษตร *๑๖๗๗
สถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน จ.ขอนแก่น

อ่านต่อกดจ๊ะ......

0

วิธีกำจัดเพลี้ยลงทำลายข้าวในนา

Posted by Gang of 4wd on 18:19 in
ข้าว(1)วิธีกำจัดเพลี้ยลงทำลายข้าวในนาใช้มะพร้าวขูด2ขีด น้ำต้มเดือด1ลิตร
ข้าว(2)ยาฉุน1ขีด ผสมทุกอย่างทิ้งให้เย็นกรองแต่น้ำใช้10cc/ น้ำ20ลิตร

เพลี้ยปากดูดอีกหนึ่งปัญหาที่สำคัญของเกษตรกรผู้ทำนา เพราะถ้าเกิด โรคนี้ก็จะมีการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว ทางคุณป้ามาลี จึงได้นำความรู้ที่ ได้รับจากการศึกษาดูงานจากสถานที่ต่างๆ ทั้งในและนอกพื้นที่ มาทดลอง ใช้ เมื่อใช้แล้วประสบความสำเร็จก็จะมีการต่อยอดสูตรต่อไปอีก โดยการนำวัตถุ ดิบที่มีในท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้นั่นเอง ในส่วนของสูตรกำจัดเพลี้ย ตนบอกว่า ตนได้นำความรู้ที่ได้จากอาจารย์สุวัตร ทรัพญะประภา มาปรับใช้กับวัตถุดิบ ที่มี ซึ่งใช้แล้วได้ผลดี จึงต้องการแนะนำให้เกษตรกรท่านอื่นๆ ได้นำไปปรับ ใช้กันต่อไป โดยมีวิธีการและรายละเอียดดังนี้
วัตถุดิบ

.มะพร้าวขูด 2 ขีด
2.ยาฉุน 1 ขีด
3.น้ำเดือด ๆ 1 ลิตร
วิธีการทำ
1. นำมะพร้าวขูดมาขยำคลุกเคล้ากับยาฉุนให้เข้ากัน จากนั้นก็นำน้ำเดือดๆ เทใส่ลงไป คนให้เข้ากัน วางทิ้งไว้ให้เย็น แล้วกรองเอาเฉพาะน้ำไปฉีดพ่น
วิธีการใช้
2. นำไปฉีดพ่นในช่วงที่เกิดโรค ในอัตรา น้ำที่กรองเรียบร้อยแล้ว 10 ซีซี ต่อ น้ำ 20 ลิตร แล้วนำไปฉีดพ่นให้ทั่วแปลงนาบริเวณที่เกิดโรค และให้ฉีดให้โดนตัวของตัวเพลี้ยปากดูดด้วย ถึงจะดี และที่สำคัญ ถ้าจะให้ได้ผลดี ต้องทำการฉีดในช่วงเช้า


ที่มา : ศูนย์ทางด่วนข้อมูลการเกษตร *1677
ถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน จ.สระบุรี ( idf 4271 )
อ่านต่อกดจ๊ะ......

0

การกำจัดเพลี้ยไฟและเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล

Posted by Gang of 4wd on 17:28 in
ข้าว(1)การกำจัดเพลี้ยไฟและเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลที่คอยดูดน้ำเลี้ยงต้นข้าว
ข้าว(2)ใช้กาแฟผง 1 ช้อนชา น้ำ 5 ลิตร ฉีดพ่นนาข้าวได้ 1 ไร่

เพลี้ยถือว่าเป็นศัตรูที่สำคัญของข้าวและพืช ที่เกษตรกรไม่อยากที่ จะเจอ ซึ่งเมื่อเจอกับปัญหาดังกล่าวแล้ว ก็จะหาทางที่จะป้องกันและแก้ไข ค่อนข้างยาก ซึ่งเป็นผลทำให้ผลผลิตทางการเกษตรได้รับความเสียหาย จากการลง พื้นที่เข้าร่วมพูดคุยกับคุณลุงไสว ศรียา เกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิดประจำ ปี 2551 ของจังหวัดนครนายก นั้น คุณลุงไสวได้แนะวิธีการในการกำจัด เพลี้ย ไม่ว่าจะเป็นเพลี้ยไฟ เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล หรือเพลี้ยชนิด ต่างๆ ด้วยวิธีการง่าย ๆ ที่นำวัตถุดิบ ที่หาได้ไม่ยากตามบ้านเรา หรือท้อง ตลาดทั่วไป มาใช้เพื่อการกำจัดเพลี้ยเหล่านั้น โดยวิธีการและรายละเอียดดัง นี้


วัตถุดิบ

1. กาแฟ 1 ช้อนชา
2. น้ำ 5 ลิตร

วิธีการทำและการนำไปใช้
นำวัตถุดิบทั้ง 2 ชนิดมาผสมให้เข้ากัน จากนั้นก็นำไปฉีดพ่นในพื้นที่การเกษตร จะช่วยไล่เพลี้ยชนิดต่างๆ ที่เข้ามาทำลายพืชผลทางการเกษตรหรือเพลี้ยที่ดูดกินน้ำเลี้ยง ใช้ได้ผลดีกับ ข้าว ผลไม้ ไม้ดอกไม้ประดับ และพืชผักทุกชนิด ควรจะทำการฉีดพ่นในช่วงเช้าจะทำให้ได้ประสิทธิภาพสูงกว่าช่วงอื่น ๆ

** ในการนำน้ำผสมกาแฟ ไปฉีดพ่นนั้น ในปริมาณที่บอกไปข้างต้น จะใช้ได้กับข้าว และไม้ดอก ประมาณ 1 ไร่ และถ้าเป็นไม้ผลขนาดใหญ่ จะใช้ได้ประมาณ 5 ต้น ตามสัดส่วน
** ในกรณีที่เพลี้ยระบาดรุนแรง ให้เพิ่มปริมาณการใช้ได้ตามความเหมาะสม


ที่มา : ศูนย์ทางด่วนข้อมูลการเกษตร * 1677
สถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน จ. สระบุรี ( ids 28045 )

อ่านต่อกดจ๊ะ......

0

น้ำหมักบำรุงต้นข้าวเร่งลมเบ่ง

Posted by Gang of 4wd on 18:28 in
ข้าว(1)น้ำหมักบำรุงต้นข้าวเร่งลมเบ่งให้ข้าวออกรวงดีมีคุณภาพเมล็ดสวย
ข้าว(2)ใช้น้ำหมักสับปะรดและน้ำหมักโคนเห็ดเป็นหัวเชื้อสนใจโทร *1677 กด2

คุณสันทัด ครองรักษ์ เกษตรกรทำนาข้าวแบบอินทรีย์และทำการเกษตรแบบผสม ผสาน ได้บอกถึงความสามารถของน้ำหมักเร่งลมเบ่งนี้คือ การช่วยทำให้ข้าวออก ร่วงเสมอกัน ข้าวเมล็ดงาม และที่สำคัญอย่างที่บอกว่าเร่งลมเบ่ง จะช่วยให้ ข้าวออกร่วงมากกว่าปกตินั้นเอง จึงได้นำมาแนะนำให้กับเกษตรกรท่านอื่นๆได้ ทราบกัน โดยมีรายละเอียดและวิธีการดังนี้



วัสดุ-อุปกรณ์

1.น้ำหมักสับปะรด จำนวน 1 กิโลกรัม
2.กากน้ำตาล จำนวน 20 กิโลกรัม
3.น้ำมะพร้าว จำนวน 5 ลิตร
4.น้ำหมักโคนเห็ดบำรุงเห็ด จำนวน 60 ซีซี
5.น้ำสะอาด จำนวน 25 ลิตร
วิธีการทำ
นำน้ำหมักสัปปะรด น้ำหมักโคนเห็ด กากน้ำตาล น้ำสะอาด มาเทใส่ลงไปในถังหมัก แล้วคนให้เข้ากัน หมักทิ้งไว้ในที่ร่ม 7 วัน จากนั้นก็นำน้ำมะพร้าวมาเทใส่ คนให้เข้ากันก็สามารถนำไปใช้ได้เลย
อัตราการใช้และวิธีการใช้
จะใช้น้ำหมักเร่งลมเบ่งจำนวน 60 ซีซี ต่อน้ำ 25 ลิตร ต่อ 1 ไร่ โดยระยะเวลาในการฉีดนั้น จะฉีดพ่น 3 ครั้ง โดยจะฉีดน้ำหมักเร่งลมเบ่งให้ข้าวออกร่วงดีในช่วงที่ข้าวมีอายุ 60 วัน 65 วัน และ 90 วัน

....หมายเหตุ.....
สูตรน้ำหมักโคนเห็ดบำรุงเห็ด
วัสดุ-อุปกรณ์
1.โคนเห็ดหรือเศษเห็ดหลังจากที่ตัดดอกเสร็จแล้ว จำนวน 2 ส่วน
2.กากน้ำตาล จำนวน 1 ส่วน
วิธีการทำและการนำไปใช้
น้ำทั้งสองอย่างมาคลุกเคล้าให้เข้ากัน หมักทิ้งไว้ในที่ร่มเป็นเวลา 6 เดือนขึ้นไปจึงสามารถนำมาใช้ได้ โดยการนำไปใช้นั้น ใช้จำนวน 20 ซีซี / น้ำ 20 ลิตร

สูตรน้ำหมักสับปะรด
ส่วนประกอบ คือ สับปะรด 1 ส่วน และกากน้ำตาล 1 ส่วน หมักทิ้งไว้ 1 เดือน สามารถนำมาใช้เป็นส่วนประกอบของน้ำหมักเร่งลมเบ่งให้ข้าวออกร่วงดีได้เลย


ที่มา : ศูนย์ทางด่วนข้อมูลการเกษตร * 1677
สถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน จ.สระบุรี ( idf 4327 )

อ่านต่อกดจ๊ะ......

0

ทำปุ๋ยใส่นาข้าวจากขี้หมูหลุม

Posted by Gang of 4wd on 17:08 in
ข้าว(1)ประโยชน์จากการเลี้ยงหมูหลุมโชคสองชั้นของเกษตรกรใช้ประโยชน์ทำปุ๋ย
ข้าว(2)ทำน้ำหมักลาดในคอกหมูหลุมสนใจการทำโทรสอบถามข้อมูล *1677 กด2

นายบรรดิษฏ์ วันสูงเนิน เกษตรกรบ้านหนองไม้ตาย ม.4 ต.มะเกลือ เก่า อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา มีพื้นที่ทำการเกษตร 40 ไร่ ทำเกษตรผสม ผสาน ปลูกข้าว ไม้ผล เลี้ยงปลา เลี้ยงสัตว์ ฯลฯ ได้แนะนำวิธีการทำปุ๋ย จากมูลหมูหลุมใช้บำรุงนาข้าว




การทำปุ๋ยจากมูลหมูหลุมใช้บำรุงนาข้าว การเลี้ยงหมูหลุมในคอกจะขุดหลุมลึกประมาณ 1 เมตร ซึ่งแต่ละชั้นจะมีการนำแกลบดิบมาคลุกเคล้ากับดินเล็กน้อยและราดด้วยน้ำหมัก ชีวภาพ พอหมูถ่ายมูลออกมาสามารถนำมาทำเป็นปุ๋ยได้

วัสดุดิบการทำปุ๋ยจากมูลหมูหลุมใช้บำรุงนาข้าว
1.ผลไม้สุก + เศษผัก จำนวน 30 กิโลกรัม
2.กากน้ำตาล 3 กิโลกรัม
3.น้ำหมัก EM 1 แก้ว
4.น้ำ 10 ลิตร
วิธีการทำ
นำส่วนผสมมาหมักไว้ 1 เดือน สามารถนำไปใช้
อัตราการใช้
น้ำหมัก 1 ลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร
การนำไปใช้
นำน้ำหมักไปราดพอให้เกิดความชื้นในคอกหมูหลุมก็เพื่อเป็นปุ๋ยไปบำรุงนาข้าว ในขั้นตอนการเตรียมดินในช่วงที่ไถพรวนดินให้ใส่ปุ๋ยคอกผสมลงไป ซึ่งเป็นปุ๋ยที่ได้จากการเลี้ยงหมูหลุมโดยอัตราการใช้ 1 ไร่ ใช้ปุ๋ยหมูหลุมกระสอบละ 30 กิโลกรัม ปริมาณ 20-30 กระสอบ ใช้เพียงครั้งเดียวในช่วงที่เตรียมดินจะช่วยเร่งการเจริญเติบโต ข้าวแข็งแรง ลดต้นทุน


ที่มา : ศูนย์ทางด่วนข้อมูลการเกษตร * 1677
สถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน จ.นครราชสีมา ( idf 2853 )

อ่านต่อกดจ๊ะ......

0

การทำฮอร์โมนจิบเบอเรลลินเร่งการเจริญเติบโต

Posted by Gang of 4wd on 17:31 in
ข้าว(1)การทำฮอร์โมนจิบเบอเรลลินเร่งการเจริญเติบโตจากเมล็ดข้าวเปลือก
ข้าว(2)นำข้าวเปลือกมาแช่น้ำรอให้งอก สนใจวิธีการทำ โทร * 1677 กด2

การทำเกษตรในปัจจุบันมักมีการใช้สารเคมีเข้ามาเป็นอีกหนึ่ง ปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นการกำจัดศัตรูพืช การบำรุงพืช แต่ที่จังหวัด ตราด เกษตรกรผู้ทำการเกษตรได้ใช้ความรู้ที่เรียนมาลองทำฮอร์โมนจากข้าว
เนื่องจากข้าวมีออกซิน ในกลุ่มของจิบเบอเรลลินมีผลทำให้เซลล์ขยายตัว เร่ง การออกดอก การติดผล การงอกของเมล็ด และ ตามธรรมชาติจะพบจิบเบอเรลลินมาก ที่ ส่วนอ่อนของพืชมากที่สุด ดังนั้นการจะทำฮอร์โมนจิบเบอเรลลินไว้ใช้เองจึงควร ทำจากยอดอ่อนของพืช และข้าวจะดีที่สุด


วิธีการทำ

1.นำข้าวเปลือกให้ที่มีอายุไม่เกิน 1 ปี 3กิโลกรัม แช่น้ำสะอาด (ใส่น้ำให้ท่วมข้าว) 1คืน
2.นำขึ้นจากน้ำและคอยรดน้ำเช้าเย็นจนกว่าข้าวจะงอก
3.เมื่อข้าวงอกนำมาคลุกกับน้ำตาลทราย 1 กิโลกรัม ใส่ถังเปิดฝาไว้ 1-2 คืน
4.หลังจากนั้นเติมน้ำ 10 ลิตร หมักต่อไปอีก 45-90 วัน

อัตราการใช้
นำมาผสมน้ำฉีดพ่นในสวนผักและผลไม้อัตรา 50-100 ซีซี/น้ำ 20 ลิตร


ที่มา : ศูนย์ทางด่วนข้อมูลการเกษตร * 1677
สถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน จ.จันทบุรี ( idf 4313 )

อ่านต่อกดจ๊ะ......

1

ปุ๋ยบำรุงข้าวสูตร 2 พลัง

Posted by Gang of 4wd on 17:50 in
ข้าว(1)สูตรปุ๋ย 2 พลัง 1.เร่งการเจริญเติบโตการแตกกอต้นข้าว
ข้าว(2)2.ป้องกันกำจัดเพลี้ยกระโดดในนาข้าว สนใจโทร * 1677 กด 2

จากประสบการณ์การทำนามากว่าค่อนชีวิตของคุณพ่อถิน สีท้าว เกษตรกร บ้านนาทอง ต.นาทอง อ.เชียงยืน จ.มหาสารคาม ได้นำประสบการณ์มาปรับใช้ในการทำ นาเพื่อที่ลดต้นทุนเพิ่มรายได้ในพื้นที่โดยการทำปุ๋ยสูตร์ 2 ผลังที่สามารถ เพิ่มปริมาณจุรินทรีย์ในดินเพื่อที่จะย่อยสลายธาตุอาหารให้พืชได้นำไปใช้ได้ อย่างเต็มประสิทธิภาพ อีกทั้งยังได้นำพืชสมุนไพรที่มีคุณสมบัติในการป้องกัน และกำจัดแมลงในนาข้าวมาเป็นส่วนผสมในการทำปุ๋ยหมักสูตร 2 ผลัง ชึ่งมีส่วน ผสมดังนี้


วัสดุ

1.ใบก้ามปู 3 กก.
2.ใบหม่อน 3 กก.
3.ใบสะเดา 1 กก.
4.ใบตะไคร้หอม 1 กก.
5.ฝักคูณแก่ 1 กก.
6.เครือบรเพชร 1 กก.
7.ยาฉุน 2 ขีด
8.น้ำชาวข้าว(ใส่พอท่วม)
9.กากน้ำตาล 1.5 ลิตร
10.ถังหมัก
ขั้นตอนการทำ
นำส่วนผสมตามข้อ 1-7 มาหมักรวมกันในถังหมักที่เตรียมไว้ หลังจากนั้นเทกากน้ำตาลตามลงไป แล้วตามด้วยน้ำชาวข้าวใส่พอท่วมวัสดุในถังหมัก พอครบทุงอย่างคนให้เข้ากันแล้วปิดผาถังหมักทิ้งไว้ 1 เดือน พอครบ 1 เดือนกรองเอาแต่น้ำไปฉีดพ่นในนาข้าว น้ำหมักที่ได้จาก ใบก้ามปู และใบหม่อน จะปุ๋ยทางใบให้ต้นข้าวมีใบสีเขียวมีการเจริญเติบได้ดี
ในส่วนผสมของพืชสมุนไพรจะช่วยป้องกันโรคแมลงในนาข้าวโดยเฉพาะอย่างยิ่งแล้ว เพี้ยกระโดดสีน้ำตาลที่สร้างปัญหาให้กับเกษตรถ้าใช้ปุ๋ยน้ำหมักสูตร 2 พลังหมดปัญหาไปสองอย่าง
อัตราส่วนที่ใช้
ปุ๋ยน้ำหมัก 1 ลิตรผสมกับน้ำเปล่า 20 ลิตร ฉีดพ่นในนาข้าวจะช่วยในเร่งการเจริญเติบของต้นข้าว และช่วยในการป้องกันและกำจัดแมลงต่างๆในแปลงนาข้าวและ

ปล. กากที่ได้จากการหมักจะในไปใช้แปลงนาในช่วงการเตรียมดินจะทำให้ดินมีความร่วน ชุยเพิ่มปริมาณจุรินทรีย์ในดินช่วยให้ต้นข้าวมีการเจริญเติบโตได้ดี


ที่มา : ศูนย์ทางด่วนข้อมูลการเกษตร *1677
สถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน จ.ขอนแก่น
อ่านต่อกดจ๊ะ......

0

ฝนหลวง



“...แต่มาเงยดูท้องฟ้า มีเมฆ ทำไมมีเมฆอย่างนี้ ทำไมจะดึงเมฆนี้ให้ลงมาได้ ก็เคยได้ยินเรื่องการทำฝน ก็มาปรารภกับคุณเทพฤทธิ์ ฝนทำได้มีหนังสือ เคยอ่านหนังสือทำได้...”

โครงการฝนหลวง

เกิดขึ้นจากพระราชดำริส่วนพระองค์ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในปี พ.ศ.2495 เมื่อคราวเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมพสกนิกรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้ทรงรับทราบถึงความเดือดร้อน ความทุกข์ยากของราษฎรและเกษตรกรที่ขาดแคลนน้ำอุปโภค บริโภค และการเกษตรอันเนื่องมาจากภาวะภัยแล้ง ซึ่งมีสาเหตุมาจากความผันแปรและคลาดเคลื่อนของฤดูกาลตามธรรมชาติ กล่าวคือ ฤดูฝนเริ่มต้นล่าช้าเกินไป หรือหมดเร็วกว่าปรกติหรือฝนทิ้งช่วงยาวในช่วงฤดูฝน รวมทั้งการตัดไม้ทำลายป่า

ทรงสังเกตเห็นว่ามีเมฆปริมาณมากปกคลุมท้องฟ้า แต่ไม่สามารถก่อรวมตัวกันจนเกิดเป็นฝนได้ จึงได้มีพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานโครงการพระราชดำริ “ฝนหลวง” ให้กับ ม.ร.ว.เทพฤทธิ์ เทวกุล ไปดำเนินการ ซึ่งต่อมาได้เกิดเป็นโครงการค้นคว้าทดลองปฏิบัติการฝนเทียม หรือฝนหลวงขึ้น ในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2512 โดยทดลองหยอดก้อนน้ำแข็งแห้ง (dry ice หรือ solid carbondioxide) ขนาดไม่เกิน 1 ลูกบาศก์นิ้ว เข้าไปในยอดเมฆสูงไม่เกิน 10,000 ฟุต ที่ลอยกระจัดกระจายอยู่เหนือพื้นที่ทดลองในขณะนั้น ทำให้กลุ่มเมฆทดลองเหล่านั้น มีการเปลี่ยนแปลงทางฟิสิกส์ของเมฆอย่างเห็นได้ชัดเจน เกิดการกลั่นรวมตัวกันหนาแน่นและก่อยอดสูงขึ้นเป็นเมฆฝนขนาดใหญ่และจากการ ติดตามผลโดยการสำรวจทางภาคพื้นดิน ก็ได้รับรายงานยืนยันด้วยวาจาจากกราษฎรว่า เกิดฝนตกลงสู่พื้นที่ทดลองอุทยานเขาใหญ่ในที่สุด นับเป็นนิมิตหมายบ่งชี้ให้เห็นว่า การบังคบเมฆให้เกิดฝนเป็นสิ่งที่เป็นไปได้
ด้วยความสำเร็จของโครงการ จึงได้ตราพระราชกฤษฎีกา ก่อตั้งสำนักงานปฏิบัติการฝนหลวงขึ้น ในปี พ.ศ. 2518 ในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อเป็นหน่วยงานรองรับโครงการพระราชดำริ “ ฝนหลวง” ต่อไป



ขั้นตอนการทำฝนหลวงจากเมฆอุ่น

จากการที่ทรงติดตามผลการทดลอง ควบคู่กับปฏิบัติการและทรงวิเคราะห์วิจัยติดตามปฏิบัติการทดลองอย่างใกล้ชิด รวมทั้งสนพระทัยศึกษาจากเอกสารวิชาการจึงทรงสามารถพัฒนากรรมวิธี “การทำฝนจากเมฆอุ่น” ที่ทรงสรุปขั้นตอนกรรมวิธี ในปี พ.ศ. 2516 แล้วพระราชทานให้ไปเป็นหลักในการปฏิบัติการสืบเนื่องมา
โดยมี 3 ขั้นตอน คือ


ขั้นตอนที่ 1 ก่อกวน

เป็นการดัดแปรสภาพอากาศขณะนั้นเพื่อเร่งหรือเสริมการเกิดและก่อรวมตัวของ เมฆด้วยการก่อกวนสมดุล (Equilibrium) หรือเสถียรภาพ (Stability) ของมวลอากาศเป็นแห่งๆ โดยการโปรยสารเคมีประเภทดูดความชื้นแล้วทำให้อุณหภูมิสูงขึ้น ในท้องฟ้าที่ระดับใกล้เคียงกับระดับกลั่นตัวเนื่องจาก การไหลพาความร้อนในแนวตั้ง (Exothermic chemicals) ซึ่งเป็นระดับฐานเมฆของแต่ละวัน และโปรยสารเคมี ประเภทที่เมื่อดูดซับความชื้นแล้วทำให้อุณหภูมิลดต่ำลง (Endothermic, chemicals) ที่ระดับสูงกว่าระดับฐานเมฆ 2,000-3,000 ฟุต ทั้งนี้เพื่อช่วยให้เกิดเมฆเร็วขึ้นและปริมาณมากกว่าที่เกิดตามธรรมชาติ โดยเริ่มก่อกวนในช่วงเวลาเช้าทางด้านเหนือลมของพื้นที่เป้าหมาย หวังผลที่วางแผนกำหนดไว้ในแต่ละวัน

ขั้นตอนที่ 2 เลี้ยงให้อ้วน

เป็นการดัดแปรสภาพอากาศและเมฆขณะนั้น เพื่อเร่งหรือเสริมการก่อตัวของเมฆให้ขนาดใหญ่หนาแน่น และมีปริมาณหยดน้ำมากยิ่งขึ้น ด้วยการกระตุ้นหรือเร่งการเจริญเติบโตของก้อนเมฆ ที่ก่อตัวด้วยการโปรยสารเคมีประเภทที่เมื่อดูดซับความชื้น แล้วทำให้อุณหภูมิลดต่ำลงที่ระดับฐานเมฆหรือทับยอดเมฆ หรือระหว่างฐานและยอดเมฆ โดยบินโปรยสารเคมีเข้าสู่ก้อนเมฆโดยตรง หรือโปรยรอบๆ และระหว่างช่องว่างของก้อนเมฆทางด้านเหนือลมให้กระแสลมพัดพาสารเคมีเข้าสู่ ก้อนเมฆ

ขั้นตอนที่ 3 โจมตี

เป็นการดัดแปรสภาพอากาศในก้อนเมฆ ที่รวมหนาแน่นแล้วโดยตรงหรือบริเวณใต้ฐานเมฆ หรือบริเวณที่ต้องการชักนำเมฆฝนที่ตกอยู่แล้วเคลื่อนเข้าสู่เป็นการบังคับ หรือเหนี่ยวนำให้เมฆที่แก่ตัวจัด แล้วตกเป็นฝนลงสู่พื้นที่เป้าหมายหวังผลที่วางแผนกำหนดไว้ โดยบินโปรยสารเคมีประเภทที่ทำให้อุณหภูมิลดต่ำลงเข้าไปในเมฆโดยตรงที่ฐานเมฆ หรือยอดเมฆหรือที่ระดับระหว่างฐานเมฆและยอดเมฆชิดขอบเมฆทางด้านเหนือลมหรือ ใช้เครื่องบิน 2 เครื่องโปรยพร้อมกันแบบแซนด์วิช ( Sandwich)
อ่านต่อกดจ๊ะ......

0

จุลินทรีย์ย่อยสลายตอซัง(เร่งด่วน)

Posted by Gang of 4wd on 17:46 in
ข้าว(1)จุลินทรีย์ย่อยสลายตอซังสารพด.1 1ซอง สารพด.2 3ซอง สารพด.3 1ซอง
ข้าว(2)กากน้ำตาล 20 ลิตร รำ 2 กก.น้ำ 100 ลิตรหมัก 7 วัน ใช้5ลิตร/นา1ไร่


การทำนาในปัจจุบันนี้ เกษตรกรส่วนมากจะทำการเผาตอซังเพราะมีความ เร่งรีบที่จะทำนา ถ้าไม่ทำการเผาตอซังก็จะทำให้ไถไม่ได้ จึงต้องเผาและสิ่ง ที่ตามมาคือทำให้ สภาวะโลกร้อน แต่มีเกษตรอยู่ท่านหนึ่งที่จะไม่เผาตอซังแต่ ก็สามารถทำนาได้เหมือนกับเกษตรกรรายอื่น เพราะเกษตรกรท่านนี้มีสูตรดีที่ใช้ ในการย่อยสลายตอซังข้าวได้เป็นอย่างดีครับ


ส่วนผสม

1.พด.2 3 ซอง
2.พด.1 1 ซอง
3.พด.3 1 ซอง
4.กากน้ำตาล 20 กก.
5.รำ 2 กก.
6.น้ำสะอาด 100 ลิตร
วิธีทำ
เริ่มจากละลายพด.2 พด.1 พด.3 กับน้ำ 5 ส่วน คนให้เข้ากันนาน 5 นาที (พดทุกตัวละลายแยกกัน) จากนั้นให้นำรำมาใส่แล้วทำการคนให้เข้ากัน และเติมน้ำ 50 ลิตร เติมกากน้ำตาล และทำการคนให้เข้ากัน แล้วทำการเติมน้ำที่เหลือลงไป ทำการปิดฝาหมักไว้ 3-7 วันก็สามารถนำไปใช้ได้
วิธีการใช้
จุลินทรีย์ย่อยสลายตอซัง 5 ลิตร ต่อพื้นที่ 1 ไร่ จะช่วยย่อยตอซังและฟางข้าว


ที่มา : ศูนย์ทางด่วนข้อมูลการเกษตร * 1677
สถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน จ.ชัยนาท ( idf : 906 )

อ่านต่อกดจ๊ะ......

0

การปลูกข้าวลอยน้ำแบบอินทรีย์

Posted by Gang of 4wd on 17:51 in
ข้าว(1)การปลูกข้าวลอยน้ำแบบอินทรีย์เหมาะกับเกษตรกรไม่มีที่นาบ้านใกล้น้ำ
ข้าว(2)ใช้ไม้ไผ่ทำแพนำข้าวปลูกในกระถางลอยน้ำ สนใจโทร * 1677 กด2

คุณสุพรรณ เมธสาร เกษตรกร แห่งบ้าน สามชุก อ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี ผู้ที่มีความรู้ด้านการเกษตรหลายด้าน มีการ ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมอยู่ตลอดเวลา ณ ปัจจุบัน ยังเป็นวิทยากร อบรมแก่ผู้ ที่สนใจเรื่องการปลูกไผ่ การขยายพันธุ์ รวมถึงตลาดจำหน่าย ทำให้คุณ สุพรรณ เป็นที่เชื่อถือของเหล่าเกษตรกรอีกหลายนอกจากนั้นแล้ว คุณ สุพรรณ ยังไม่หยุดนิ่งเพียงเท่านี้ ด้วยความที่เป็นเกษตรกรนัก คิด เมื่อ 2 ปีก่อนที่ผ่านมาคุณสุพรรณมีแนวคิดที่จะนำข้าวไปปลูกบน น้ำ เนื่องจากเห็นว่า ในแม่น้ำลำครองมักจะมีผักตบชวา ซึ่งผักตบชวาในแม่น้ำ นั้นมีอัตราการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว เพราะในแม่น้ำมีธาตุอาหาร แพลง ตอน ตลอดจนจุลินทรีย์ต่างๆที่เป็นอาหารของพืช และเมื่อไม่นานมานี้คุณสุพรรณ จึงทดลองปลูกข้าวบนน้ำ ผลผลิตที่ได้เป็นที่น่าพอใจเลยทีเดียว



การปลูกข้าววิธีนี้จะเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับเกษตรกรที่ไม่มีพื้นที่ทำนา และอยู่ใกล้แม่น้ำ ผลผลิตข้าวที่ได้ก็ปลอดสารพิษไม่มีสารเคมีตกค้างในร่างกายอีกด้วย

วัสดุอุปกรณ์ที่ต้องใช้
1.ฝากล่องโฟมเก่า ( กล่องโฟมใส่ผลไม้)
2.กระฐางพลาสติกสำหรับปลูก
3.ดินเลนสำหรับปลูก
4.เมล็ดพันธุ์ข้าว
5.ลำไม้ไผ่สำหรับทำแพ
6.เชือกฟาง
วิธีการปลูกข้าวลอยน้ำ
1.นำเมล็ดพันธุ์ข้าวไปเพาะในแปลงเพาะ เหมือนกับการเตรียมกล้าพันธุ์สำหรับดำนาทั่วไป
2.นำลำไม้ไผ่มาทำเป็นกรอบ 4 เหลี่ยม เพื่อทำเป็นแพ ในพื้นที่ๆจะปลูกข้าวลอยน้ำ
3.นำฝากล่องผลไม้( ฝากล่องโฟม ) มาเจาะรูให้มีขนาดเท่ากระถางพลาสติก แต่ให้อุ้มตัวกระถางไว้ได้
4.นำกระถางปลูกใส่ดินเลนให้เต็ม
5.เมื่อต้นกล้ามีอายุ 10 – 15 วันจึงแยกกล้ามาปลูกในกระถางที่เตรียมไว้ ประมาณ 4-5 กอต่อกระถาง
6.นำกระถางเพาะกล้าใส่ในฝากล่องโฟม แล้วจึงนำไปลอยน้ำ ในกรอบไม้ไผ่ที่เตรียมไว้
7.ใช้เชือกผูกกล่องโฟมกับแพไม้ไผ่ เพื่อป้องกันการพัดพาของน้ำ ไม่ให้ไหลไปที่อื่น
การดูแลและการใส่ปุ๋ย
คุณสุพรรณเน้นให้เกษตรกรที่ ทำแบบเกษตรอินทรีย์และอนุรักษ์ศัตรูธรรมชาติ ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพบำรุงข้าว ช่วงที่ข้าวมีอายุ 30และ 55 วัน หลังการปลูก ใส่ปุ๋ยอินทรีย์อัตรา 1 กำมือ/กระถาง / ครั้ง หากมีแมลงศัตรูพืช ก็ใช้น้ำหมักสมุนไพรฉีดพ่น วิธีนี้เกษตรกรไม่ต้องเสียเวลาดูแลเรื่องน้ำเลย เพราะข้าวจะได้รับน้ำตลอดในช่วง ระยะเวลาการปลูก
ประโยชน์ผลผลิตที่ได้
วิธีการปลูกข้าวแบบลอยน้ำ ทำให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุนเรื่องการเตรียมดิน น้ำมันเชื้อเพลิงและตัดปัญหาการดูแลเรื่องน้ำไปเลย จากการคำนวณของคุณสุพรรณ หากทำแพปลูกข้าวในพื้นที่ 1 ไร่ ผลผลิตที่ได้รับ เฉลี่ย 70 ถัง /ไร่ ซึ่งวิธีนี้จะไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม จากการเผาและลดการใช้สารเคมีต่าง ๆ ทำให้ลดต้นทุนได้มากวัสดุอุปกรณ์ยังสามารถนำมาใช้ครั้งต่อไปได้ คุณสุพรรณได้เตรียมการขยายผล เรื่องการปลูกข้าวบนน้ำ โดยจะใช้ผักตบชวาเป็นฐานซึ่งจะนำมาเผยแพร่ในครั้งต่อไป


ที่มา : ศูนย์ทางด่วนข้อมูลการเกษตร * 1677
สถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน จ.ชัยนาท ( idf : 2885 )

อ่านต่อกดจ๊ะ......

0

การทำนำหมักผลไม้สุก

Posted by Gang of 4wd on 18:49 in
ข้าว(1)น้ำหมักบำรุงข้าวผลไม้สุกงอม 50 กก.กากน้ำตาล 5 กก.ละอองข้าง1 กก.
ข้าว(2)หัวกะทิเคี่ยวสุก 750 cc ยาฉุน0.5กก.หมัก1เดือนใช้40cc /น้ำ20ลิตร


ปัจจุบันการทำนาข้าวทั้งนาปี และนาปรัง เกษตรกรต้องสิ้นเปลืองทั้งปุ๋ย และยาในการดูต้นข้าวในนาเพื่อให้ได้ผลผลิตที่ดี การผลิตฮอร์โมนบำรุงรวง ข้าวและกำจัดเพลี้ยศัตรูข้าวจึงเป็นวิธีการที่คุณบุญส่ง ชุนฬหวานิ ช เกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิดจังหวัดเพชรบุรีได้คิดค้นขึ้นเพื่อใช้ประหยัดต้น ทุนในการทำนาเพราะ ฮอร์โมนดังกล่าวนอกจากจะบำรุงข้าวให้ได้ผลผลิตดีแล้ว ยัง สามารถกำจัดศัตรูข้าว จำพวกเพลี้ยแป้ง และเพลี้ยหอยได้อีกด้วย ซึ่งมีวิธี การทำที่ไม่ยุ่งยากแต่ใช้ได้ผลอย่างน่าอัศจรรย์ มีวิธีการทำ ดังนี้


เตรียมวัสดุ – อุปกรณ์

ผลไม้สุกงอม 50 กิโลกรัม
กากน้ำตาล 5 กิโลกรัม
ละอองข้าว(คายข้าวหรือฝุ่นข้าวหาได้จากโรงสีข้าว) 1 กิโลกรัม
ยาฉุน 0.5 กิโลกรัม
หัวกระทิเคี่ยวสุก 3 แก้วน้ำ ( ประมาณ 750 CC )
ถังหมักมีฝาปิด 1 ถัง
วิธีการทำ
1.เลือกผลไม้สุกงอม(ใกล้จะเน่าเสีย)ชนิดใดก็ได้ สับๆรวมกันใส่ในถังหมักพร้อมกับกากน้ำตาล,ละอองข้าว , ยาฉุนและหัวกระทิเคี่ยวสุก ตามสัดส่วน คลุกเคล้ารวมกันในถังหมัก
2.ปิดฝาถังหมักเก็บไว้ในที่ร่มนาน 1 เดือน สามารถนำไปใช้ได้

วิธีการนำไปใช้และประโยชน์
การใช้บำรุงต้นข้าว – ใช้ฮอร์โมน 40 ซีซี ผสมน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นในช่วงเย็นในระยะข้าวตั้งท้องรวมแล้ว ไม่เกิน 3 ครั้ง/ระยะข้าวตั้งท้อง จะช่วยบำรุงรวงและเมล็ดข้าว ช่วยให้เมล็ดข้าวเต่งได้น้ำหนักดี
การใช้กำจัดเพลี้ย - สามารถกำจัดเพลี้ยแป้งและเพลี้ยหอย ใช้ฮอร์โมน 40 ซีซี ผสมน้ำ 10 ลิตร ฉีดพ่นทันทีที่พบปัญหา ไม่เกิน 2 ครั้งภายใน 3 วัน รับรองผลโดยคุณบุญส่ง ภายใน 1 วันไข่เพลี้ยจะฝ่อ พอครบ 3 วันเพลี้ยแป้งและเพลี้ยหอยจะหนีหายไป


ที่มา :ศูนย์ทางด่วนข้อมูลการเกษตร * 1677
สถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน จ.เชียงราย ( ids : 28170 )

อ่านต่อกดจ๊ะ......

0

น้ำหมักสมุนไพรรสเบื่อเมา

Posted by Gang of 4wd on 19:36 in
ข้าว(1)น้ำหมักสมุนไพรหัวกลอยใบเมล็ดสบู่ดำใบน้อยหน่าเพื่อกำจัดเพลี้ยหนอน
ข้าว(2)นำสมุนไพรอย่างใดอย่างหนึ่ง3กก.+กากน้ำตาล1ลิตรน้ำ10ลิตรหมัก3เดือน

น้ำหมักสมุนไพรรสเบื่อเมากำจัดเพลี้ย หนอน และ แมลง ในนาข้าว
- วัตถุดิบ ได้แก่ หัวกลอย ใบเมล็ดสบู่ดำ ใบน้อยหน่า และพืชสมุนไพรที่มีรสเบื่อเมาทุกชนิด
- สรรพคุณ ฆ่าเพลี้ย หนอน และ แมลง ในนาข้าว และ พืชผักทุกชนิด


สูตรการหมัก

1.1 ใช้วัตถุดิบอย่างใดอย่างหนึ่งสับละเอียด จำนวน 3 กิโลกรัม + กากน้ำตาล จำนวน 1 ลิตร + น้ำเปล่า จำนวน 10 ลิตร
1.2 วิธีการ เทน้ำเปล่าใส่ถังพลาสติกแล้วเทกากน้ำตาลลงไปคนเรื่อยๆจนกากน้ำตาลละลายเป็น เนื้อเดียวกันกับน้ำ จากนั้นจึงเทวัตถุดิบที่สับละเอียดแล้วตามลงไป คนให้เข้ากันอีกครั้ง ปิดฝาให้สนิทตั้งไว้ในที่ร่ม นานประมาณ 3 เดือน จึงสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้
การใช้ประโยชน์
ใช้ในอัตราส่วนเดียวกันสำหรับพืชผัก นาข้าว และไม้ผลทุกชนิด คือ น้ำหมัก 1 ลิตร+น้ำเปล่า 20 ลิตร ฉีดพ่นให้ทั่ว คือ ถ้าเป็นพืชผักทั่วไปฉีดพ่นทุก 3 วัน / ถ้าเป็นไม้ผลฉีดพ่นทุก 7 วัน


ที่มา : ศูนย์ทางด่วนข้อมูลการเกษตร * 1677
สถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน จ.อุบลราชธานี
อ่านต่อกดจ๊ะ......

0

การป้องกันกำจัดเพลี้ยในนาข้าว

Posted by Gang of 4wd on 17:29 in
ข้าว(1)การป้องกันกำจัดเพลี้ยในนาข้าวใช้แกลบดิบ1กก.น้ำมันเครื่องเก่า150cc
ข้าว(2)ผสมกันหว่านในนา1ไร่น้ำมันจะกระจายตัวบนผิวน้ำส่งผลให้เพลี้ยตาย

ปัญหาในนาข้าว เกษตรกรหลายท่านประสบปัญหา เช่นเดียวกับ คุณนที ที่ กำลังประสบปัญหาเรื่องเพลี้ยในนาข้าว จึงอยากได้วิธีการป้องกันและกำจัด เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ทางเจ้าหน้าที่ Farmer Info ได้สอบถามข้อมูลไป ยังคุณสว่างรัตน์ ประสารวุฒิ เกษตรกรผู้มีประสบการณ์ด้านการทำนา มาให้คำแนะ นำและวิธีการ ซึ่งเป็นวิธีการง่ายๆ โดยการใช้น้ำมันเครื่องเก่า ดังนี้



ส่วนผสม : สำหรับพื้นที่ปลูกข้าว 1 ไร่

1.แกลบดิบ จำนวน 1 กิโลกรัม
2.น้ำมันเครื่องเก่า ปริมาณ 150 ซีซี
วิธีการทำ : นำแกลบและน้ำมันเครื่องมาผสม คลุกเคล้าให้เข้ากัน
การนำไปใช้ : นำส่วนผสมที่ได้ไปหว่านในนาข้าวเพื่อใช้ในการป้องกันและกำจัดเพลี้ย

**หลักการ คือ หลังจากหว่านแกลบผสมน้ำมันเครื่อง น้ำมันจะกระจายตัวบนผิวน้ำจนทั่วแปลงปลูกข้าว จะส่งผลให้เพลี้ยตายในที่สุด**

ที่มา : นายสว่างรัตน์ ประสารวุฒิ เกษตรกรบ้านทุ่งนาตาจอ ม.8 ต.ท่าข้าม อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร
ศูนย์ทางด่วนข้อมูลการเกษตร * 1677
สถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน จ.ชุมพร

อ่านต่อกดจ๊ะ......

0

การทำปุ๋ยพืชสด

Posted by Gang of 4wd on 19:02 in
ข้าว(1)การทำปุ๋ยพืชสดใช้ผักตบชวา,กระถินหรืออื่นๆ10กก.แกลบดิบแกลบดำ
ข้าว(2)ปุ๋ยคอกอย่างละ10กก.รำอ่อน3กก.จุรินทรีย์400ccหมัก1เดือนบำรุงดิน


การทำปุ๋ยพืชสด
วัสดุอุปกรณ์

1.กระถินหรือผักตบชวาหรือโสนทั้งต้นหรือหญ้าขนหรือต้นถั่วหรือฝักถั่วหรือซางอ้อยหรือฟางข้าว 10 กก.
2.แกลบแดง 10 กก.
3.แกลบดำ 10 กก.
4.ปุ๋ยคอก 10 กก.
5.ลำอ่อน 3 กก.
6.น้ำจุลินทรีย์ 2 แก้ว ผสมน้ำเปล่า 20 ลิตร
วิธีทำ/ขั้นตอน
นำส่วนผสมทุกอย่างผสมกันหมักไว้ 1 เดือน จากนั้นสามารถนำไปใส่เป็นปุ๋ยบำรุงต้นไม้ทุกชนิด นาข้าว แต่ห้ามใช้กับสารเคมี ห้ามใช้กับน้ำประปา เพราะสารเคมีจะไปทำลายจุลินทรีย์ในปุ๋ย
วิธีนำไปใช้
1.ใช้กับนาข้าว 1 ไร่ ใช้ 1 ตัน (1,000 กก.) ใส่ปุ๋ยพืชสดตอนตีเทือก โดยวิธีการโรย
2.สวนผัก 1 ไร่ ใช้ 4 ตัน
ประโยชน์
ทำให้ดินมีไนโตรเจน พืชเจริญงอกงาม ลดต้นทุน


นายทองปาน เผ่าโสภา ปราชญ์ชาวบ้าน (ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงชุมชนตำบลหนองกุลา) เลขที่ 163 ม.14 บ้านหนองปลวก ตำบลหนองกุลา อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก 65140 เบอร์โทรศัพท์ 08-6206-3680
ที่มา : ศูนย์ทางด่วนข้อมูลการเกษตร * 1677
สถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน จ.พิษณุโลก

อ่านต่อกดจ๊ะ......

0

การทำ EM อย่างง่ายโดยใช้เปลือกแตงโม

Posted by Gang of 4wd on 17:41 in
ข้าว(1)การทำ EM อย่างง่ายใช้เปลือกแตงโม 1 กก.หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ
ข้าว(2)ผสมน้ำตาลทรายแดง1กก.หมักกลางแดด15วันสามารถควบคุมแมลงและเพลี้ยได้




ด้วย EM เป็นชื่อที่เกษตรกรส่วนใหญ่รู้จักและได้นำไปใช้เป็นส่วนผสมใน การหมักน้ำหมักสูตรต่างๆใช้เพื่อการเกษตรให้เกิดประโยชน์ ดังนั้น เกษตรกร อ.บางระจัน จ.สิงห์บุรี จึงได้แนะวิธีการทำEM อย่างง่ายซึ่งเกษตรกร สามารถทำกันใช้ได้เองโดยมีวิธีการทำและส่วนผสมดังนี้

วัสดุอุปกรณ์

1.เปลือกแตงโม 1 กก.
2.น้ำตาลทรายแดง 1 กก.
วิธีทำ
1.น้ำเปลือกแตงโมมาหั่นให้เป็นชิ้นเล็กๆ
2.ผสมคลุกเคล้ากับน้ำตาลทรายแล้วนำใส่ถังหมัก
3.นำไปตั้งไว้กลางแดดหมักไว้ 15 วัน (ในการหมักไม่ต้องใส่น้ำ)
อัตราการใช้ในการขยาย
1.EM 100% จำนวน 2 ช้อนแกง
2.น้ำตาลทรายแดง 3 ขีด
3.น้ำ 20 ลิตร
4. ฉีดพ่นทุกๆ 7 วัน
ประโยชน์/ข้อดี : สามารถควบคุมแมลง และตัดวงจรการวางไข่ของยุงและเพลี้ยได้


ที่มา : ศูนย์ทางด่วนข้อมูลการเกษตร * 1677
สถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน จ.ชัยนาท

อ่านต่อกดจ๊ะ......