0

วิธีการทำน้ำหมักจากผักบุ้งเพื่อบำรุงดิน

Posted by Gang of 4wd on 17:31 in
ข้าว(1)วิธีการทำน้ำหมักจากผักบุ้งเพื่อบำรุงดินใช้ผักบุ้ง9กก.พด7.1ซอง
ข้าว(2)กากน้ำตาล3กก.น้ำ10ลิตรหมัก3เดือนใช้น้ำหมัก5ลิตร/ไร่ปล่อยตามน้ำ

แม้ว่าเราจะเห็นสูตรน้ำหมักชนิดต่างๆ มามากมายแล้ว แต่ว่าคุณตา อุทัย แก่นสกล เกษตรกรผู้มีความเชี่ยวชาญในด้านการทำเกษตรผสมผสานและทำปุ๋ย หมักอินทรีย์ชีวภาพ ได้แนะนำว่า น้ำหมักสูตรต่างๆ นั้นก็มีประโยชน์มาก มาย เพียงแต่ว่าคนใช้นั้นต้องใช้ให้ถูกวิธีหรือปริมาณความมากน้อยที่ กำหนด การใช้น้ำหมักก็ต้องมีการคำนวณและใช้อย่างถูกต้องด้วย และน้ำหมัก สูตรของคุณตาอุทัยนั้น เป็นน้ำหมักแบบธรรมดาที่ทำเองได้อย่างง่ายแต่ใช้ ได้กับพืชทุกๆชนิดและใช้ในการปรับปรุงบำรุงดินทั้งในนาข้าว และแปลงพืชผสม ผสานได้เป็นอย่างดี



สูตรน้ำหมักผักบุ้งบำรุงดิน

1.ผักบุ้ง จำนวน 9 กิโลกรัม
2.กากน้ำตาล จำนวน 3 กิโลกรัม
3.พด 7 จำนวน 1 ซอง
4.น้ำสะอาด จำนวน 10 ลิตร
วิธีการทำ
นำผักบุ้งมาหั่นให้ยาวประมาณ 2-3 นิ้ว แล้วก็นำลงไปในถังหมัก ละลายสารเร่ง พด 7 ในน้ำสะอาดเทลงไปในถังหมักตามด้วยกากน้ำตาล คนให้เข้ากัน แล้วหมักทิ้งไว้ประมาณ 3 เดือน ก็สามารถนำมาใช้ในการปรับปรุงบำรุงดินในนาข้าวและแปลงปลูกพืชอื่น ๆ ได้
วิธีการใช้
เน้นในเรื่องการปรับปรุงบำรุงดินในนาข้าวที่พื้นที่เคยใช้สารเคมีมาก่อน ก็ให้ใช้น้ำหมักผักบุ้งช่วยในการปรับปรุงบำรุงดิน โดยใช้น้ำหมักผักบุ้ง จำนวน 5 ลิตรต่อพื้นที่ 1 ไร่ ปล่อยไปตามน้ำ ใช้ก่อนการตีดิน เพื่อปรับสภาพให้ดินนั้นอ่อนนุ่ม บำรุงดินให้มีจุลินทรีย์ในดินมากขึ้น


โดย : คุณตาอุทัย แก่นสกล เกษตรกรเชี่ยวชาญในด้านการทำเกษตรผสมผสานและทำปุ๋ยหมักอินทรีย์ชีวภาพในพื้นที่จังหวัดสระบุรี

ที่มา : ศูนย์ทางด่วนข้อมูลการเกษตร * 1677
สถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน จ.สระบุรี

อ่านต่อกดจ๊ะ......

0

สูตรเร่งความหวานให้กับผลไม้

Posted by Gang of 4wd on 18:20 in
ผลไม้(1)สูตรเพิ่มความหวานให้กับผลไม้ด้วยส่วนผสมจากผลไม้ที่มีรสหวาน
ผลไม้(2)จากศูนย์เรียนรู้เกษตรผสมผสานบ้านหนองขอนพิษณุโลกโทรเลย*1677กด2


สูตรเร่งความหวาน

วัสดุส่วนผสม
1.ผลไม้สุกที่มีรสหวานทุกชนิด 20 กก.
2.กากน้ำตาล 5 กก.
3.จุลินทรีย์ 7 กก.
4.ตัวเสริมสร้างคุณภาพ 5 ส่วน
5.น้ำมะพร้าว 1 ลิตร

วิธีการทำ
นำส่วนผสมที่เตรียมไว้มาบดให้ละเอียด บรรจุใส่ถังพลาสติก คนให้เข้ากัน ปิดฝาเก็บไว้ในที่ร่ม คนวันละ 1-2 ครั้ง ถ้ามีกลิ่นเหม็น ให้เติมกากน้ำตาลเเละคนให้เข้ากันหมักต่อไปอีกประมาณ 3 เดือน ให้กรองเอาเเต่น้ำ นำมากลั่นจนได้น้ำกลั่น 20 ลิตรใส่ถังพลาสติกเก็บไว้

เสริมสร้างคุณภาพ
1.ขี้ค้างคาว 1 กก.
2.น้ำตาลกลูโคส 3 กก.
นำส่วนผสมทั้งสองเทลงในน้ำกลั่นที่เก็บไว้คนให้เข้ากันหมักไว้ 7 วัน กรองเอาเเต่น้ำมาใช้

ประโยชน์
ช่วยเพิ่มความหวานให้กับผลไม้

อัตราที่ใช้
ใช้ฉีดพ่นทางใบ 20-30 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีด 3-5 วันต่อครั้ง ก่อนเก็บเกี่ยวประมาณ 1 เดือน


ที่มา : ศูนย์ทางด่วนข้อมูลทางการเกษตร*1677
สถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกันจ.พิษณุโลก

อ่านต่อกดจ๊ะ......

0

วิธีผลิตปุ๋ยไนโตรเจนใช้ในนาข้าว

Posted by Gang of 4wd on 18:18 in
ข้าว(1)วิธีผลิตปุ๋ยไนโตรเจนใช้ในนาข้าวถั่วเหลืองป่น60กก.มูลสัตว์40กก.
ข้าว(2)พด2.1ซองกากน้ำตาล30ลิตรผสมกันหมักนาน15วันการใช้30กก./ไร่

คุณนเรศวร์ ฤทธิ์จันทร์ เกษตรกรผู้ที่ทำการเกษตรแบบผสมผสานและเป็น หมอดินอาสาประจำอำเภอท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ผู้ที่มีความรู้และภูมิปัญญา ทางด้านการเกษตรหลายวิธีการ ได้ให้สัมภาษณ์ผ่านทางรายการวิทยุร่วมด้วยช่วย กัน จ.นครศรีธรรมราช ในช่วงของรายการ *1677 ทางด่วนข้อมูลการเกษตร คุณ นเรศวร์ ได้ร่วมพูดคุยในประเด็นของการปลูกข้าวอินทรีย์และได้แนะนำวิธีการ ผลิตปุ๋ยยูเรียที่มีค่าไนโตรเจน ( N) คุณภาพสูงที่เหมาะกับนาข้าว ให้ได้ ทราบกัน โดยมีวิธีการผลิตดังนี้



ปุ๋ยยูเรีย ไนโตรเจน(N) คุณภาพสูงเหมาะกับนาข้าว (ปริมาณ 100 กิโลกรัม)

วัสดุ-อุปกรณ์
1.เมล็ดถั่วเหลืองป่น 60 กิโลกรัม
2.มูลสัตว์ ต้องเป็นมูลหมู และมูลไก่ 40 กิโลกรัม
3. สารเร่ง พด.2 1 ซอง
4. กากน้ำตาล 30 ลิตร
5. น้ำ
6.กระสอบป่าน
วิธีการทำ
1.ให้เรานำสารเร่ง พด.2 มาละลายกับกากน้ำตาล และน้ำเปล่า
2.ให้เราเมล็ดกากถั่วเหลืองป่น มาผสมคลุกเคล้ากับมูลสัตว์ แล้วตั้งกองปุ๋ยให้สูงประมาณ 50 – 60 เซนติเมตร
3.เสร็จแล้วให้เรานำน้ำจุลินทรีย์จากสารเร่ง พด.2 มารดที่กองปุ๋ย โดยรดให้ชุ่ม ให้ได้ความชื้นประมาณ 60 % หรือลองใช้มือหยิบปุ๋ยขึ้นมาแล้วกำให้แน่นถ้าจับตัวเป็นก้อนหรือไม่มีน้ำไหล ออกมาจากง่ามมือก็แปลว่าใช้ได้แล้ว
4.จากนั้นให้เราใช้กระสอบป่านคลุมกองปุ๋ยไว้ เพื่อช่วยรักษาความชื้นของปุ๋ย แล้ให้เรากลับกองปุ๋ย 5 วัน/ครั้ง เพื่อช่วยระบายความร้อนในกองปุ๋ย ให้เราหมักกองปุ๋ยไว้ 10-15 วัน ก็สามารถนำไปใช้ได้แล้ว หรือลองสังเกตดูถ้าปุ๋ยที่เราทำมีลักษณะที่เย็นก็สามารถนำไปใช้ได้แล้ว
การนำไปใช้งาน
-ให้เรานำปุ๋ยยูเรีย ไนโตรเจน ที่ทำขึ้นนำไปหว่านในนาข้าวช่วงที่ข้าวมีอายุได้ประมาณ 2 เดือนหรือก่อนข้าวตั้งท้อง โดยปริมาณในการใส่ 30 กิโลกรัม/ไร่
ประโยชน์
- สามารถลดต้นทุนในการผลิต
- เร่งการเจริญเติบโตของข้าว ใบจะมีสีเขียวมีความแข็งแรง โตเร็วและทำให้ข้าวติดรวงและให้เมล็ดข้าวที่สมบูรณ์



ที่มา : ศูนย์ทางด่วนข้อมูลการเกษตร * 1677
สถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน จ.นครศรีธรรมราช

อ่านต่อกดจ๊ะ......

0

วิธีการเพิ่มมูลค่าสินค้าการทำสบู่เหลวผสมน้ำผึ้ง

ผึ้ง(1)วิธีการเพิ่มมูลค่าสินค้าการทำสบู่เหลวผสมน้ำผึ้งไว้ใช้ในครัวเรือน
ผึ้ง(2)สนใจข้อมูลและวิธีการทำ โทร * 1677 กด 2

เทคนิคและวิธีการทำสบู่เหลวน้ำผึ้ง เป็นสูตรและวิธีการที่ คุณ สมชาย มั่นดี เกษตรกรผู้เลี้ยงและแปรรูปผลิตภัณฑ์จากผึ้ง ได้ทำการ คิดค้นและทดลองจนประสบความสำเร็จ หลังจากที่ได้ทดลองทำหลาย ๆ ครั้ง จน แน่ใจว่าเป็นสูตรที่ดีและมีประสิทธิภาพ ได้ผลเป็นที่น่าพอใจแล้ว คุณสม ชาย จึงได้นำสูตรและวิธีการทำ มาเผยแพร่ให้กับกลุ่มแม่บ้านของหมู่บ้าน เกษตรกรก้าวหน้า ม.14 ต.ซับสนุ่น อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี ได้ทำการแปร รูปผลิตภัณฑ์ จากผึ้ง ที่มีการเลี้ยงกันเอง ของคนในชุมชน เพื่อเพิ่มราย ได้ให้กับเกษตรกร และชาวบ้าน ซึ่งเรียกว่าสามารถสร้างรายได้ให้กับ เกษตรกรและคนในชุมชนได้เป็นอย่างดี




เทคนิคและวิธีการทำสบู่เหลวน้ำผึ้ง
ส่วนผสม

1. หัวเชื้อสบู่เหลว 1 กิโลกรัม (หาซื้อได้ตามร้านขายเคมีภัณฑ์ทั่วไป)
2. มะขาม 100 กรัม
3. น้ำผึ้ง 100 กรัม
4. ผงข้น 150 กรัม (หาซื้อได้ตามร้านขายเคมีภัณฑ์ทั่วไป)
5. ขมิ้นสด 10-20 กรัม
6. น้ำเปล่า 12 กิโลกรัม
ขั้นตอนการทำ
1. นำน้ำเปล่า มะขาม ขมิ้น ตั้งไฟ ต้มให้เดือดประมาณ 1 นาที
2. หลังจากนั้นยกลงกรองด้วยผ้าขาวบาง ทิ้งไว้ให้อุ่น
3. ทำการใส่หัวเชื้อสบู่ น้ำผึ้ง คนให้ละลาย แล้วรอให้ส่วนผสมเย็นจึงใส่ผงข้นลงไปทีละน้อยค่อย ๆ คนจนได้ความหนืดตามความต้องการ(หากเกิดฟองมากให้ตั้งทิ้งไว้ฟองจะยุบเอง)
4. วัดความเป็นกรด-ด่าง ของสบู่เหลว โดยการนำสบู่ มาทำการละลายในน้ำ แล้วใช้กระดาษลิสมัส หรือ กระดาษวัดกรดด่าง ซึ่งมีจำหน่ายตามร้านเคมีภัณฑ์ทั่วไป ลักษณะของกระดาษลิสมัส ใน 1 เส้น จะมี 2 สี คือสีแดง และสีน้ำเงิน และถ้านำไปวัดค่า ph ของสบู่ให้ใช้ด้านสีน้ำเงินในการวัด โดยสังเกตว่า กระดาษจะกลายเป็นสีเขียวอ่อนๆหรือเขียวอมเหลือง แสดงว่า จะได้ค่า ph ตามต้องการ ซึ่งในการทำสบู่เหลวนั้น ค่า ph ควรอยู่ระหว่าง 5.5 – 6.0 เท่านั้น (ให้อ่อนกว่า ph ของผิว) หาก ph เป็นด่าง หรือสูงกว่าที่ต้องการให้เติมกรด โดยใช้ มะนาว ลงไปทีละน้อยคนให้เป็นเนื้อเดียวกันจนกระทั่งได้ ph ที่ต้องการแล้วบรรจุขวด

** แค่วิธีการง่าย ๆ ดังกล่าวก็จะทำให้ได้ผลิตภัณฑ์สบู่เหลวน้ำผึ้งที่จะช่วยให้ผิวมีสุขภาพที่ดี เนียนนุ่มและมีความชุ่มชื้นที่สำคัญสามารถใช้ได้ทุกสภาพผิว

โดย : คุณสมชาย มั่นดี เกษตรกรผู้เลี้ยงและแปรรูปผลิตภัณฑ์จากผึ้ง
ที่มา : ศูนย์ทางด่วนข้อมูลการเกษตร *1677
สถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน จ.สระบุรี

อ่านต่อกดจ๊ะ......

0

งานวันเกษตรกำแพงแสน ม.เกษตรศาสตร์ 2552

Posted by Gang of 4wd on 17:27



เกษตรแฟร์,เกษตรแห่งชาติ,เกษตรกำแพงแสน

จัดที่ ม.เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จ.นครปฐม
จัดขึ้น ในวันที่ 3 – 10 ธันวาคม 2552


กิจกรรมภายในงาน
การแข่งขันทักษะนักเรียน ระดับ ประถมศึกษา มัธยมศึกษา และอุดมศึกษา
การประกวด “จัดตู้ปลาน้ำจืดและพันธุ์ไม้น้ำ” คณะสัตวแพทยสาสตร์ มก. กพส.
งานเครื่องจักกลการเกษตร
งานกล้วยไม้ Expo เกษตรกำแพงแสน (ครั้งที่ 1)
งานแพะเกษตรกำแพงแสน ครั้งที่ 2″ ณ อาคารอารีนา คาวบอยแลนด์
การประกวดธิดาเกษตร กำแพงแสน

นิทรรศการ / การแสดงผลงาน

นิทรรศการหน่วยงานภาครัฐและเอกชน
นิทรรศการงานวิจัยด้านพืชและวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีการเกษตร
นิทรรศการงานวิจัยด้านวิศวกรรมศาสตร์
นิทรรศการงานวิจัยและประกวดสัตว์
นิทรรศการด้านประมง
การแสดงศิลปวัฒนธรรมทุกคืนตลอดงาน
การแสดงผลงานนิสิต

อื่นๆ
การประชุมวิชาการ ครั้งที่ 6 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน
การประมูลสุกรทดสอบพันธุ์ รุ่นที่ 32 ณ ศูนย์วิจัยและฝึกอบรมการเลี้ยงสุกรแห่งชาติ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ ที่นี่
อ่านต่อกดจ๊ะ......

0

สูตรแช่เมล็ดข้าวป้องกันเชื้อรา

Posted by Gang of 4wd on 17:33 in
ข้าว(1)สูตรแช่เมล็ดข้าวป้องกันเชื้อราใช้เปลือกมังคุด3กก.กากน้ำตาล1กก
ข้าว(2)น้ำ5ลิตรหมัก30วันน้ำหมัก100CC ผสมน้ำ100ลิตรแช่ข้าว1คืนก่อนหว่าน

เกษตรกร ทำนาทุกคนคงจะต้องแช่ข้าวทุกครั้งเมื่อจะทำการหว่าน แต่การแช่ข้าวนั้นเรา สามารถป้องกันเชื้อราที่จะเข้ามาทำลายเมล็ดพันธุ์ข้าวของเราได้ โดยการใช้ น้ำหมักเปลือกมังคุด สูตรของเกษตรกรท่านนี้ คุณป้าจงกล จั่นโต ผู้มีความ เชี่ยวชาญการทำนาอินทรีย์ชีวภาพเป็นตัวอย่างแก่เกษตรกรทั่วไปได้บอกถึงสูตร การแช่เมล็ดข้าวก่อนนำไปหว่านและสามารถป้องกันเชื้อราในพันธุ์ข้าวได้

สูตรน้ำหมักเปลือกมังคุด

1.เปลือกมังคุด จำนวน 3 กิโลกรัม
2.กากน้ำตาล จำนวน 1 กิโลกรัม
3.น้ำเปล่า จำนวน 5 ลิตร
วิธีทำ
นำเปลือกมังคุดที่เหลือจากการรับประทานแล้วมาตามจำนวนที่กำหนดหรือตามอัตรา ส่วนที่ได้บอกไว้ มาหันให้เป็นชิ้นเล็กๆ ใส่ไว้ในถังหมัก จากนั้นจึงนำกากน้ำตาลและน้ำเปล่าเทลงแล้วคนให้เข้ากันหมักทิ้งไว้ 30 วันขึ้นไปจึงสามารถนำมาใช้ได้
วิธีการนำไปใช้
นำพันธุ์ข้าวเปลือกจำนวน 200 กิโลกรัมที่จะนำไปหว่านมาแช่ใน น้ำหมักเปลือกมังคุด 100 ซีซีผสมกับน้ำ 100 ลิตร ไว้ 1 คืน แล้วทิ้งให้สะเด็ดน้ำต่ออีก 1 คืน แล้วค่อยนำไปหว่านในนาข้าวในอัตรา 20 กิโลกรัมต่อ 1 ไร่
เคล็ดลับของคุณป้าจงกลก็ คือ การใช้เครื่องพ่นแทนการหว่านด้วยแรงคนเพราะเครื่องพ่นจะทำให้ข้าวนั้นจมลงไป ในแปลงนา นกจะไม่สามารถมากินเมล็ดข้าวได้


โดย : นางจงกล จั่นโต เกษตรครูติดแผ่นดิน เกษตรกรทำนาดีเด่น ปี 2546 เชียวชาญการทำน้ำหมักชีวภาพ และทำนาข้าวปลอดสารพิษ จังหวัดสระบุรี
ที่มา : ศูนย์ทางด่วนข้อมูลการเกษตร * 16787
สถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน จ.สระบุรี

อ่านต่อกดจ๊ะ......

0

เทคนิคการทำสาว"ผักหวานป่า"อายุ 2 ปีขึ้นไป

Posted by Gang of 4wd on 18:46 in
ผักหวานป่า(1)การทำให้เป็นทรงพุ่มเลือกต้นที่แก่จัดตัดต้นทิ้งเหลือแต่ราก
ผักหวานป่า(2)ใส่ปุ๋ยคอก15กก.รดน้ำเป็นประจำ 3-4เดือนจะแทงต้นขึ้นเป็นพุ่ม

ผัก หวานป่า เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง ต้นที่โตเต็มที่อาจสูงถึง 13 เมดร แค่ที่พบ โดยทั่วไปมักมีลักษะเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก ใบของผักหวานป่าเป็นใบเดี่ยว เรียงสลับกัน ใบอ่อนรูปร่างแคบรี ปลายใบแหลม สีเขียวอมเหลือง ใบแก่เต็มที่ รูปร่างรีกว้าง ถึงรูปไข่หรือรูปไข่กลับ ใบสีเขียวเข้ม เนื้อใบกรอบ ขอบใบ เรียบ ปลายใบมน และเกิดตามกิ่งแก่ หรือตามลำต้นที่ใบร่วงแล้ว และผักหวานป่า เป็นที่นิยมของผู้บริโภคทั่วไป และแหล่งผักหวานป่าที่สำคัญก็คือ อำเภอ บ้านหมอ จังหวัดสระบุรี สำหรับผู้ใหญ่รับ พรหมมา เกษตรกรผู้มีความเชี่ยวชาญ ด้านเกษตรสวนผักหวานป่าปลอดสารพิษ ได้แนะนำเทคนิคในการจัดการกับต้นผักหวาน ป่าที่เป็นต้นเดียวให้มีลักษณะเป็นทรงพุ่ม และสามารถเก็บผลผลิตได้มาก ขึ้น ดังนี้


สำหรับเทคนิคการทำให้ต้นผักหวานป่าให้เป็นทรงพุ่ม ผู้ใหญ่รับ พรหมมา เกษตรกรผู้มีความเชี่ยวชาญด้านเกษตรสวนผักหวานป่าปลอดสารพิษ ได้แนะนำว่า

1. เริ่มจากการเลือกต้นผักหวานป่าที่แก่จัด หรืออายุ 2 ปีขึ้นไป เพื่อให้รากผักหวานป่ามีความแข็งแรง
2. ให้ตัดต้นผักหวานต้นเก่าทิ้งไป ให้เหลือแต่รากของผักหวานป่าไว้ และบริเวณหลุมที่ขุดต้นผักหวานป่านั้น ให้บำรุง โดยการใส่ปุ๋ยคอก ในปริมาณ 15 กิโลกรัม คลุกเคล้ากับดินในหลุม แล้วรดน้ำตามเป็นประจำ
3. หลังจากนั้น ประมาณ 3-4 เดือน ก็จะเห็นว่าต้นผักหวานป่าเริ่มแทงต้นขึ้นมาเป็นทรงพุ่มสวย สะดวกต่อการเก็บเกี่ยว (ตามภาพ) และหลังจากนั้นประมาณ 1 ปี เกษตรกรก็สามารถเก็บยอดผักหวานป่าเพื่อนำไปบริโภคหรือจำหน่ายได้
โดย : ผู้ใหญ่รับ พรหมมา เกษตรกรผู้มี ความเชี่ยวชาญด้านการทำสวนผักหวานป่าปลอดสารพิษ จังหวัดสระบุรี

ที่มา : ศูนย์ทางด่วนข้อมูลทางการเกษตร*1677
สถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน จ.สระบุรี
อ่านต่อกดจ๊ะ......

0

สมุนไพรป้องกันกำจัดแมลงในนาข้าว

Posted by Gang of 4wd on 18:44 in
ข้าว(1)สมุนไพรป้องกันกำจัดแมลงในนาข้าวใช้พืชสมุนไพรในครัวเรือนเป็นวัสดุ
>ข้าว(2)สนใจวิธีการทำและการนำไปใช้โทร * 1677 กด2

จากการที่เจ้าหน้าที่สถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกันจังหวัด สระบุรี ได้ลงพื้นที่พบเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดลพบุรี คุณสมเดช สง่า แสง เกษตรกรที่มีความรู้และความเชี่ยวชาญ ในเรื่องการทำน้ำ หมัก ต่าง ๆ เพื่อใช้กับพืชและข้าว ได้แนะนำสูตรและวิธีการทำน้ำหมักชีวภาพ จำนวนหลายสูตรด้วยกัน และที่สำคัญ คุณสมเดช ได้แนะนำ สมุนไพรที่ใช้ใน การป้องกันและกำจัดแมลง ที่เข้ามาทำลายพืชผักและข้าวที่ได้ทำการปลูก ไว้ โดยสมุนไพรที่คุณสมเดช ได้แนะนำนั้น มีหลายชนิดมาก ซึ่งการ ทำ หรือว่าการนำไปใช้นั้น คุณสมเดช บอกว่าขึ้นอยู่กับสมุนไพรที่เกษตรกร สามารถหาได้ตามท้องถิ่นของตนเอง หรือตามโรคที่เกิดขึ้นนั้นเอง หรือ ถ้า เกษตรกรสามารถหาสมุนไพรทั้งหมดได้ ก็แนะนำให้ใช้สมุนไพรทั้งหมดที่แนะ นำ จะสามารถใช้ได้ดี และสามารถกำจัดแมลงศัตรูพืชได้ทุกชนิด ซึ่งมีวิธี การและรายละเอียดต่างๆ ดังนี้

วัตถุดิบ

1.เถาบอระเพ็ด 2.ใบชะพลู
3.ลูกหยีโถ 4.ลูกยอ – ใบยอ
5.ใบ – เมล็ดสะเดา 6.กระชาย
7.กระเทียม 8.ต้นส้มเช้า
9.หัวกลอย 10.หางไหลขาวแดง
11.หนอนตายยาก 12.ลูกมะกรูด
13.พริกสด 14.หัวขมิ้นชัน
15.ใบแก่ดาวเรือง 16.ใบสาบเสือ
17.ยาสูบ 18.ใบน้อยหน่า
19.ตะไคร้หอม 20.ใบยูคาลิปตัส
วิธีการทำ
นำสมุนไพรทุกชนิดในปริมาณเท่าๆ กัน มาสับหยาบหรือบดให้ละเอียดแล้วนำไปคลุกเคล้าให้เข้ากัน จากนั้นก็นำไปใส่ภาชนะเทน้ำใส่พอท่วม หมักทิ้งไว้ประมาณ 15 วัน ก็สามารถเริ่มนำมาใช้ได้
หมายเหตุ : สามารถเลือกหรือหาพืชสมุนดังกล่าว ตามที่มีในท้องถิ่นได้ โดยที่ไม่จำเป็นต้องใช้สมุนไพรทั้งหมดที่กล่าวมา แต่ถ้าหาได้หลาย ๆ อย่างก็สามารถที่จะผสมเข้าด้วยกันได้เลย
การนำไปใช้ (สูตรขยาย)
ส่วนผสม
1.น้ำ 20 ลิตร
2.เหล้าขาว 1 ขวด
3.หัวน้ำส้มสายชู ½ ขวด
4.กากน้ำตาล 1 กิโลกรัม
5.น้ำหมัก(หัวเชื้อ) 100 ซีซี
วิธีการทำ
นำส่วนผสมทั้งหมด มาผสมแล้วคนให้เข้ากัน สามารถนำไปใช้ได้เลย (ไม่ต้องหมัก)
อัตราการใช้
นำน้ำหมักสูตรขยาย 20 - 30 ซีซี ผสมน้ำ 20 ลิตร นำไปใช้ในการฉีดพ่น เพื่อป้องกันแมลงในแปลงพืชและนาข้าว ตามความต้องการ

*** สูตรสมุนไพรกำจัดแมลงศัตรูพืช เป็นสูตรที่ใช้ในการป้องกัน แมลงศัตรูพืชเท่านั้น ไม่ได้ใช้ในการกำจัด ฉะนั้น เวลาปลูกพืชชนิดใดก็ตาม ต้องทำการฉีดพ่นก่อนที่จะเกิดปัญหาดังกล่าว ไม่ใช่เกิดปัญหาแล้วถึงจะทำการฉีดพ่น

โดย : คุณสมเดช สง่าแสง เกษตรกรที่มีความรู้และความเชี่ยวชาญ ในเรื่องการทำน้ำหมัก ต่าง ๆ ในพื้นที่จังหวัดลพบุรี

ที่มา : ศูนย์ทางด่วนข้อมูลการเกษตร *1677
สถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน จ.สระบุรี
อ่านต่อกดจ๊ะ......

0

การทำน้ำหมักบำรุงช่วงข้าวตั้งท้อง

Posted by Gang of 4wd on 18:38 in
ข้าว(1)การทำน้ำหมักบำรุงช่วงข้าวตั้งท้องใช้กากมะพร้าว5กก.ลูกตาลสุก30กก.
ข้าว(2)มะเขือเทศ+มะเขือพวง5กก.กากน้ำตาล10ลิตรใส่น้ำพอท่วมหมักนาน40วัน


วัตถุดิบ

- กากมะพร้าวที่คั้นกะทิออกหมดแล้ว จำนวน 5 กิโลกรัม
- มะเขือพวง และ มะเขือเทศ รวมกัน จำนวน 5 กิโลกรัม
- ลูกตาลสุก จำนวน 30 กิโลกรัม
- กากน้ำตาล จำนวน 10 ลิตร
- น้ำสะอาดพอดีท่วม
วิธีการทำ
- นำลูกตาลสุก มะเขือพวง และ มะเขือเทศมาทุบพอแตก เตรียมไว้
- ละลายกากน้ำตาลจำนวน 10 ลิตร ใส่ในภาชนะพลาสติกมีฝาปิด
- นำลูกตาลสุก มะเขือพวง มะเขือเทศ และ กากมะพร้าว ใส่ตามลงไปในภาชนะที่ละลายกากน้ำตาลแล้ว คนให้เข้ากัน เติมน้ำลงไปพอดีท่วมส่วนผสมทั้งหมด
- นำถังหมักไปตั้งไว้ในที่ร่ม ปิดฝาให้สนิท หมักนาน 40 วัน สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้
การนำไปใช้
- ใช้ฉีดพ่นบำรุงต้นข้าวช่วงที่ข้าวเริ่มตั้งท้อง
- ใช้น้ำหมักสูตรหัวเชื้อ 30 ลิตร/ไร่ หยอดลงให้ทั่วแปลงนา เพื่อให้ละลายไปตามน้ำในนาที่มีอยู่แล้ว ระดับน้ำในแปลงนาควรให้มีประมาณ 20-30 เซนติเมตร
- ประโยชน์ เพื่อบำรุงให้ต้นข้าวตั้งท้องสมบูรณ์ บำรุงช่อดอก ออกรวงให้ติดแน่น ไม่ร่วงง่าย
- ประโยชน์ จะทำให้รวงดก และ คอรวงแข็งแรง


ที่มา : ศูนย์ทางด่วนข้อมูลการเกษตร * 1677
สถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน จ.อุบลราชธานี

ที่มา : นายสวัสดิ์ ศรีสารคาม บ้านอุดมชาติ ตำบลเมืองศรีไค อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี
อ่านต่อกดจ๊ะ......

0

สูตรไล่เพลี้ยไฟนาข้าวด้วยใบยูคาลิปตัส

Posted by Gang of 4wd on 17:32 in
ข้าว(1)สูตรไล่เพลี้ยไฟนาข้าวยูคาลิปตัส,ยอดสะเดา,ข่า,บอระเพ็ดอย่างละ2กก.
ข้าว(2)EM 250CC กากน้ำตาล250CC วิธีการทำโทร * 1677 กด2

ปัญหาของเกษตรกรที่พบบ่อยมากที่สุดในทำนาข้าวในแต่ละช่วงฤดู กาล นั่นก็คือ หอยเชอร์รี่และเพลี้ยไฟ ที่ทำลายต้นข้าวทำให้เกิดความเสีย หาย วันนี้เราได้มีสูตรการไล่หอยเชอร์รี่และเพลี้ยไฟ เป็นสูตรของคุณแม่ สมร ดานุรักษ์ แห่งบ้านแหล่งควาย ต.นาอาน อ.เมือง จ.เลย มาฝากกันค่ะ


วัสดุที่ใช้

1.ยอดยูคาลิปตัส 2 กก.
2.ยอดสะเดา 2 กก. หรือ 20 ยอด
3.ข่าแก่ 2 กก.
4.บอระเพ็ด 2 กก.
5.จุลินทรีย์ EM หรือปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพ 1 แก้ว ( 250 ซีซี )
6.กากน้ำตาล 1 แก้ว (250 ซีซี)
วิธีการทำ
นำยอดยูคาลิปตัส ยอดสะเดา ข่าแก่ และบอระเพ็ด แต่ละอย่างแยกกันใส่ปิ๊บ ใส่น้ำให้เต็ม ต้มให้เหลือน้ำอย่างละครึ่งปิ๊บ ทิ้งไว้ให้เย็น นำมาเทรวมกันในถังใหญ่หรือโอ่ง ใส่จุลินทรีย์ EM หรือ ปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพ 1 แก้ว หมักไว้ประมาณ 10 - 15 วัน จนได้น้ำเหลวสีน้ำตาลออกมา
วิธีใช้
ใช้สารละลายที่ได้ 1 แก้ว (250 ซีซี) ผสมน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่น รดในแปลงผัก พืช ช่วยไล่แมลงและใช้ในนาข้าว ป้องกันใบข้าวไหม้ด้วย


ที่มา : ศูนย์ทางด่วนข้อมูลการเกษตร *1677
สถานีวิทยุร่วมด้วยกัน จ.ขอนแก่น
อ่านต่อกดจ๊ะ......

0

หมดปัญหาเชื้อราในนาข้าวด้วยสูตรสมุนไพร

Posted by Gang of 4wd on 17:30 in
ข้าว(1) หมดปัญหาเชื้อราในนาข้าวด้วยสูตรสมุนไพรกำจัดเชื้อราใช้วัสดุง่ายๆ
ข้าว(2)ใช้เปลือกมังคุด เปลือกแคเป็นส่วนผสมหลัก สนใจโทร * 1677 กด2

ในการทำการเกษตรยุกต์นี้ต้องรวดเร็วและลดต้นทุนถึงจะคุ้มเรื่อง กำไร การป้องกันเรื่องสัตรูพืชก็ต้องรวดเร็วเหมือนกันกัน ไม่งันแล้วผลผลิต ที่ออกมาอาจไม่เม็ดเต็มหน่วย ในเรื่องการลดต้นทุนเรื่องการทำนาข้าว นั้น คุณพ่อสิงทอง นาชัย เกษตรกร บ้านทรัพภูเก้า ต.หนองเรือ อ.โนน สัง จ.หนองบัวลำภู เกษตรกรผู้เชี่ยวชาญเรื่องการพืชสมุนไพรในพื้นที่ ได้ มีการนำพืชสมุนไพรใกล้ตัวมาปรับใช้ในเรื่องการเกษตรในพื้นที่ โดยเฉพาะแล้ว การป้องกันโรคในนาข้าว จำพวกเชื้อรา และพวกเพลี้ยต่างๆ ที่นับวันยิ่งสร้าง ความเสียให้กับเกษตรในพื้นมากยิ่งขึ้นถ้าเกษตรกรไม่มีการป้องกันตั้งแต่ เนิ่นๆ ใสส่วนพืชสมุนไพรที่สามารถป้องกันเชื้อราในข้าวนั้น มีดังนี้


สูตรสมุนไพรกำจัดเชื้อรา

1.เปลือกมังคุด
2.เปลือกแค
3.หัวตะไคร้หอม
4.หัวข่าแก่
5.ใบกะเพรา
6.ใบฝรั่ง
7.ใบน้อยหน่า
8.ใบสะเดาแก่
9.กากนน้ำตาล 1 กก.
วิธีการทำ
นำพืชสมุนไพรตามข้อ 1-8 ในอัตราส่วนเท่าๆกันมารวมกันให้ได้ 30 กก. หลังจากนั้นสับให้เป็นชิ้นๆใส่ลงในถังน้ำหมัก แล้วนำกากน้ำตาลไปละลายน้ำเปล่า 5 ลิตร กวนกากน้ำตาลให้เป็นเนื้อเดียวกันกับน้ำ เสร็จแล้วเทลงในถังหมักพืชสมุนไพร แล้วทำการกวนพืชสมุนไพรกับกากน้ำตาลให้เข้ากัน พอได้ที่แล้วปิดฝาถังให้สนิทหมักทิ้งไว้ประมาณ 7-10 วัน (ยิ่งนานยิ่งมีประสิทธิภาพ) พอครบกำหนดวันนำมาใช้ประโยชน์ได้เลย
การนำไปใช้
ใช้มุ้งเขียวกรองเอาน้ำหมักพืชสมุนไพรในอัตราส่วน 20-30 ซีซี ผสมกับน้ำเปล่า 20 ลิตร นำไปฉีดพ่นในแปลงนาข้าวในช่วงเย็น หรือแปลงพืชผักสวนครัว ทุกๆ 7-10 วัน/ครั้ง สามารถป้องกันเชื้อราในนาข้าวและยังขับไล่แมลงชนิดต่างๆที่มารบกวนในแปลง เกษตรได้เป็นอย่างดี



ที่มา : ศูนย์ทางด่วนข้อมูลการเกษตร * 1677
สถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน จ.ขอนแก่น
อ่านต่อกดจ๊ะ......

0

วิธีการทำปุ๋ยหมักจากขี้ไส้เดือน

Posted by Gang of 4wd on 18:55 in
ไส้เดือน(1)วิธีการทำปุ๋ยหมักจากขี้ไส้เดือนประโยชน์สองชันจากการเลี้ยง
ไส้เดือน(2) เกษตรกรท่านใดสนใจวิธีการทำปุ๋ยหมักขี้ไส้เดือน โทร *1677 กด2

ปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนดินมีส่วนประกอบของกรดฮิวมิคซึ่งเป็นตัวกักเก็บ ธาตุอาหารที่จำเป็นต่อพืชหลาย ชนิด เช่น ฟอสฟอรัส (P) โพแทสเซียม (K) แคลเซียม (Ca) เหล็ก (Fe) และทอง แดง (Cu) ซึ่งธาตุอาหารเหล่านี้จะถูกเก็บอยู่ในโมเลกุลของกรดฮิวมิค อยู่ใน รูปพร้อมใช้ และจะถูกปลดปล่อยออกมาเมื่อพืชต้องการ วันนี้ขอแนะนำวิธีการ เลี้ยงไส้เดือนดิน เพื่อทำปุ๋ยหมักไว้ใช้ เป็นวิธีการง่ายๆของ อ.รัทน่า ทา ปา (ชาวเนปาล) อ.ประจำมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย


วิธีทำปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนดิน

วัสดุอุปกรณ์
1.กล่องพลาสติกเจาะรูระบายน้ำ 1 รู รูระบายอากาศ รอบๆกล่องไม่จำกัดขนาด 1 กล่อง
2.เศษกระดาษ 2 ขีด
3.เศษพืชผักผลไม้ 1-2 กิโลกรัม
4.ขี้วัว 1 กิโลกรัม
5.ดิน 1 กิโลกรัม
วิธีทำ
1.ฉีกเศษกระดาษรองก้นกล่องพลาสติก
2.รองด้วยเศษผักผลไม้
3.เทดินและขี้วัวลงกล่องเกลี่ยให้ทั่ว
4.ราดน้ำให้พอชุ่ม
5.ทิ้งไว้ประมาณ 3 สัปดาห์
6.ปล่อยไส้เดือนลงไปจำนวน 200-300 ตัว
จากนั้นเติมเศษผักผลไม้ และ รดน้ำให้ทั่วให้สัปดาห์ละครั้ง ใช้ระยะเวลาย่อยสลาย 3 เดือน ก็นำปุ๋ยหมักไส้เดือนดินมาคัดแยกเอาปุ๋ย
วิธีการคัดแยก
นำปุ๋ยหมักไส้เดือนดินมากองไว้บนผ้าใบ แล้วเกลี่ยออกมาทีละน้อย แล้วนำไส้เดือนที่ติดมาด้วยคัดแยกใส่กล่อง ส่วนปุ๋ยหมักนำไปร่อนกับตะแกรง ทิ้งไว้ในที่ร่มประมาณ 1 วัน ห้ามโดนแสงแดด

ที่มา : อ.รัทน่า ทาปา อ.ประจำมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงจ.เชียงราย โทร.086-9217808
ศูนย์ทางด่วนข้อมูลการเกษตร * 1677
สถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน จ.เชียงราย
อ่านต่อกดจ๊ะ......

0

ฮอร์โมนเร่งรวงข้าวสูตรไคโตซานเปลือกกุ้ง

Posted by Gang of 4wd on 18:53 in
ข้าว(1)ฮอร์โมนเร่งรวงข้าวสูตรไคโตซานเปลือกกุ้ง5กก.เปลือกปู5กก.น้ำ5ลิตร
ข้าว(2)ดองหมึก5กก.กากน้ำตาล5กก.พด2.2ซอง หมัก30วันการใช้1ลิตร/น้ำ200ลิตร

ลุงเอี่ยมสูน โชติศรีลือชา เกษตรกรจังหวัดตราด ผู้ที่เคยได้รับ รางวัลเกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิด ประจำปี 2551 ซึ่งมีความเชี่ยวชาญ ทั้งใน เรื่องของการทำสวนผลไม้ นอกจากนี้ยังมีสูตรและวิธีการต่างๆ ที่สามารถนำมา ประยุกต์ใช้กับนาข้าวได้อย่างเช่น ฮอร์โมนเร่งรวงข้าว-เร่งลูก จากเปลือก กุ้งและปูซึ่งมีวิธีการทำดังนี้


วัสดุ

1.เปลือกกุ้ง 5 กก.
2.เปลือกปู 5 กก.
3.กระดองหมึก 5 กก.
4.กากน้ำตาล 5 กก.
5.น้ำ 5 ลิตร
6.พด.2 2 ซอง

วิธีการทำ
นำทั้งหมดมาสับให้ละเอียด แล้วนำไปหมักไว้ 30 วัน โดยในช่วง 1 สัปดาห์แรก ให้คนทุกวัน และหมักให้ถึง 30 วันโดยไม่ต้องคน

การนำไปใช้
ใช้ฮอร์โมน 1 ลิตรต่อน้ำ 200 ลิตร นำไปฉีด ในนาข้าวในช่วงข้าวรัด โดยฉีด ในช่วงเวลา 08.00 -10.00 โมงเช้า เพราะเป็นช่วงที่ปากใบเปิด


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
นายเอี่ยมสูน โชติศรีลือชา
เบอร์ติดต่อ 087-033-3748
ที่มา : ศูนย์ทางด่วนข้อมูลการเกษตร *1677
สถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน จ.จันทบุรี

อ่านต่อกดจ๊ะ......

0

น้ำหมักผลไม้บำรุงร่างกาย

Posted by Gang of 4wd on 18:37 in
น้ำหมัก(1)บำรุงร่างกายสับฟักทองกล้วยมะละกอกระชายทั้งเปลือกอย่างละ1กก.
น้ำหมัก(2)น้ำผึ้ง1ขวดน้ำตาลทรายแดง1กก. หมัก1-3เดือนทาน3ช้อนแกงก่อนอาหาร


ผล ไม้สุกทุกชนิดนับว่ามีประโยชน์มากมาย ไม่ว่าจะนำมาทานสดๆ หรือผ่านกระบวนการ หมักที่มีส่วนผสมของสมุนไพรลงไปเพื่อให้ได้น้ำหมักที่มีคุณภาพยิ่งขึ้น และ วันนี้ขอแนะนำวิธีการผลิตน้ำหมักผลไม้เพื่อสุภาพที่ผู้ใหญ่สิงห์แก้ว นาง แล ผู้ใหญ่บ้านบ้านป่าอ้อ ม.6 ต.นางแล อ.เมือง จ.เชียงราย ได้เผยสูตรน้ำ หมักผลไม้ไทย สูตรไวอากร้า แก่ทีมงานเจ้า หน้าที่ FARMER INFO จ.เชียงราย ที่ช่วยให้บำรุงกำลัง ร่างกายแข็งแรง โดย ที่ผู้ใหญ่สิงห์แก้ว กล่าวว่าปัจจุบันตนได้ทำนาข้าวประมาณ 60 ไร่ โดยที่ทำ เอง 2 คนกับภรรยา ไม่ได้จ้างใคร พร้อมกับได้ดื่มน้ำหมักผลไม้สูตรดังกล่าว ทุกๆเช้าก่อนไปทำงาน ปรากฏว่าร่างกายกระปรี้กระเปร่า ไม่รู้สึกเหนื่อย เหมือนเมื่อก่อน จึงได้ตั้งชื่อว่า “น้ำหมักผลไม้ไทย สูตรไวอากร้า” ที่มี วัตถุดิบและวิธีการทำง่ายๆดังต่อไปนี้


น้ำหมักผลไม้ไทย สูตรไวอากร้า

1.ฟักทองสุกทั้งเปลือกเอาเมล็ดออก 1 กก.
2.กล้วยสุกทั้งเปลือก 1 กก.
3.มะละกอสุกทั้งเปลือกเอาเมล็ดออก 1 กก.
4.กระชาย 1 กก.
5.น้ำผึ้ง 1 ขวด
6.น้ำตาลทรายแดง 1 กก.
7.น้ำใส่เปล่าพอท่วม

วิธีทำ/การนำไปใช้
-นำผลไม้ทุกชนิดมาล้างน้ำให้สะอาด สับเป็นชิ้นๆแล้วจึงนำมาหมักรวมกันในถังหรือขวดโหล ปิดฝาให้สนิท ทิ้งไว้ประมาณ 1-3 เดือน
-เมื่อน้ำหมักได้ที่แล้ว ให้กรองเอาน้ำมาดื่มก่อนอาหาร 1 แก้วเล็ก(ประมาณ3ช้อนแกง) วันละ 1-2 ครั้ง
**หมายเหตุ.. (ถ้าเปรี้ยวให้เติมน้ำตาลทรายแดงเรื่อยๆ แล้วแต่ชอบ)

ประโยชน์
-ช่วยบำรุงร่างกาย บำรุงธาตุต่างๆในร่างกาย
-ช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานเป็นปกติ
-ร่างกายแข็งแรง ไม่เหนื่อยง่าย แรงดี ไม่มีตกเหมาะสำหรับผู้ใช้แรงงาน
**คำเตือน**/เด็กอายุกว่า 1 ปี และสตรีมีครรภ์ไม่ควรดื่ม!

ขอขอบคุณข้อมูลจาก :ผู้ใหญ่สิงห์แก้ว นางแล ผู้ใหญ่บ้านบ้านป่าอ้อ ม.6 ต.นางแล อ.เมือง จ.เชียงราย โทร.084-6124427

ที่มา : ศูนย์ทางด่วนข้อมูลทางการเกษตร*1677
สถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน จ.เชียงราย


อ่านต่อกดจ๊ะ......

0

การทำน้ำหมักบำรุงช่วงข้าวตั้งท้อง

Posted by Gang of 4wd on 18:34 in
ข้าว(1)การทำน้ำหมักบำรุงช่วงข้าวตั้งท้องใช้กากมะพร้าว5กก.ลูกตาลสุก30กก.
ข้าว(2)มะเขือเทศ+มะเขือพวง5กก.กากน้ำตาล10ลิตรใส่น้ำพอท่วมหมักนาน40วัน


วัตถุดิบ

- กากมะพร้าวที่คั้นกะทิออกหมดแล้ว จำนวน 5 กิโลกรัม
- มะเขือพวง และ มะเขือเทศ รวมกัน จำนวน 5 กิโลกรัม
- ลูกตาลสุก จำนวน 30 กิโลกรัม
- กากน้ำตาล จำนวน 10 ลิตร
- น้ำสะอาดพอดีท่วม
วิธีการทำ
- นำลูกตาลสุก มะเขือพวง และ มะเขือเทศมาทุบพอแตก เตรียมไว้
- ละลายกากน้ำตาลจำนวน 10 ลิตร ใส่ในภาชนะพลาสติกมีฝาปิด
- นำลูกตาลสุก มะเขือพวง มะเขือเทศ และ กากมะพร้าว ใส่ตามลงไปในภาชนะที่ละลายกากน้ำตาลแล้ว คนให้เข้ากัน เติมน้ำลงไปพอดีท่วมส่วนผสมทั้งหมด
- นำถังหมักไปตั้งไว้ในที่ร่ม ปิดฝาให้สนิท หมักนาน 40 วัน สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้
การนำไปใช้
- ใช้ฉีดพ่นบำรุงต้นข้าวช่วงที่ข้าวเริ่มตั้งท้อง
- ใช้น้ำหมักสูตรหัวเชื้อ 30 ลิตร/ไร่ หยอดลงให้ทั่วแปลงนา เพื่อให้ละลายไปตามน้ำในนาที่มีอยู่แล้ว ระดับน้ำในแปลงนาควรให้มีประมาณ 20-30 เซนติเมตร
- ประโยชน์ เพื่อบำรุงให้ต้นข้าวตั้งท้องสมบูรณ์ บำรุงช่อดอก ออกรวงให้ติดแน่น ไม่ร่วงง่าย
- ประโยชน์ จะทำให้รวงดก และ คอรวงแข็งแรง


ที่มา : ศูนย์ทางด่วนข้อมูลการเกษตร * 1677
สถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน จ.อุบลราชธานี

ที่มา : นายสวัสดิ์ ศรีสารคาม บ้านอุดมชาติ ตำบลเมืองศรีไค อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี
อ่านต่อกดจ๊ะ......

0

เทคนิคการใช้ฮอร์โมนน้ำพ่อ+ฮอร์โมนน้ำแม่

Posted by Gang of 4wd on 20:06 in
ข้าว(1)เทคนิคการใช้ฮอร์โมนน้ำพ่อ+ฮอร์โมนน้ำแม่สำหรับบำรุงนาข้าว
ขาว(2)สนใจข้อมูลการผลิตและการนำไปใช้ โทร * 1677 กด2


เทคนิคการใช้ฮอร์โมนน้ำพ่อ+ฮอร์โมนน้ำแม่สำหรับนาข้าว

1.การทำน้ำหมักชีวภาพ น้ำแม่
- วัตถุดิบ (หน่อกล้วย,ผักบุ้ง,ใบฉำฉา หรือ พืชใบสีเขียวทุกชนิด) จำนวน 3 กิโลกรัม
- น้ำตาล (น้ำอ้อย,กากน้ำตาล) จำนวน 1 กิโลกรัม
- น้ำ (น้ำธรรมดา,น้ำซาวข้าว,น้ำมะพร้าว) จำนวน 8 กิโลกรัม(ลิตร)
วิธีทำ
1.นำวัตถุดิบมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ
2.นำน้ำตาลมาคลุกเคล้ากับวัตถุดิบให้เข้ากัน พักทิ้งไว้ 15 นาที
3. แล้วเติมน้ำ ลงไป
4.คลุกเคล้าให้เข้ากัน หมักเก็บไว้ใส่ภาชนะตั้งไว้ในที่ร่มอย่างน้อย 3 เดือน
วิธีใช้
- น้ำ 1 ปี๊ป หรือประมาณ 20 ลิตร+น้ำหมัก 2 -3 ช้อนโต๊ะ + กากน้ำตาลหรือน้ำตาลทรายแดง 1 ช้อนโต๊ะ
ข้อแนะนำ
- ภาชนะที่ใช้บรรจุหมักนั้นควรเป็นพลาสติก
- ถ้ามีกลิ่นเหม็นหรือขึ้นราดำให้เติมน้ำตาล (น้ำอ้อย,กากน้ำตาล) ลงไปจนกว่าจะมีกลิ่นหอม
- ควรปิดฝาถังหมักให้สนิท
2.การทำน้ำหมักชีวภาพ น้ำพ่อ
- วัตถุดิบ (กล้วยสุก,มะละกอสุก,ฟักทอง หรือ ผลไม้สุกที่มีสีเหลือง) จำนวน 3 กิโลกรัม
- น้ำตาล (น้ำอ้อย,กากน้ำตาล) จำนวน 1 กิโลกรัม
- น้ำ (น้ำธรรมดา,น้ำซาวข้าว,น้ำมะพร้าว) จำนวน 8 กิโลกรัม(ลิตร)
วิธีทำ
1.นำวัตถุดิบมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ
2.นำน้ำตาลมาคลุกเคล้ากับวัตถุดิบให้เข้ากัน พักทิ้งไว้ 15 นาที
3. แล้วเติมน้ำ ลงไป
4.คลุกเคล้าให้เข้ากัน หมักเก็บไว้ใส่ภาชนะตั้งไว้ในที่ร่มอย่างน้อย 3 เดือน
วิธีใช้
- น้ำ 1 ปี๊ป หรือประมาณ 20 ลิตร+น้ำหมัก 2 -3 ช้อนโต๊ะ + กากน้ำตาลหรือน้ำตาลทรายแดง 1 ช้อนโต๊ะ
ข้อแนะนำ
- ภาชนะที่ใช้บรรจุหมักนั้นควรเป็นพลาสติก
- ถ้ามีกลิ่นเหม็นหรือขึ้นราดำให้เติมน้ำตาล (น้ำอ้อย,กากน้ำตาล) ลงไปจนกว่าจะมีกลิ่นหอม
- ควรปิดฝาถังหมักให้สนิท
การนำไปใช้
ช่วงข้าวแตกกอ หลังปักดำข้าว 15 วัน ฉีดพ่นฮอร์โมนทั้ง 2 อย่าง เพื่อเร่งการเจริญเติบโตทางใบและยอด
- การใช้ ให้ใช้ฮอร์โมนน้ำแม่ 8 ช้อน + ฮอร์โมนน้ำพ่อ 2 ช้อน + กากน้ำตาล 2 ช้อน + น้ำเปล่า 20 ลิตร ฉีดพ่นให้ทั่วแปลงนาช่วงข้าวกำลังแตกกอ

ช่วงข้าวตั้งท้อง ฉีดพ่นฮอร์โมนทั้ง 2 ชนิด เพื่อบำรุงต้นข้าว ให้ต้นข้าวมีท้องอย่างสมบูรณ์
- การใช้ ใช้ฮอร์โมนน้ำพ่อ 5 ช้อน + ฮอร์โมนน้ำแม่ 5 ช้อน + กากน้ำตาล 2 ช้อน + น้ำเปล่า 20 ลิตร ฉีดพ่นให้ทั่วแปลงนาช่วงข้าวตั้งท้อง

ช่วงข้าวออกดอก ออกรวง ฉีดพ่นฮอร์โมนทั้ง 2 ชนิด เพื่อบำรุงรวงข้าว ให้ออกดอกดก เต็มรวง เมล็ดเต็ม
- การใช้ ใช้ฮอร์โมนน้ำพ่อ 8 ช้อน + ฮอร์โมนน้ำแม่ 2 ช้อน + กากน้ำตาล 2 ช้อน + น้ำเปล่า 20 ลิตร ฉีดพ่นให้ทั่วแปลงนาช่วงข้าวออกดอก ออกรวง


ที่มา : ศูนย์ทางด่วนข้อมูลการเกษตร * 1677
สถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน จ.อุบลราชธานี
อ่านต่อกดจ๊ะ......

0

การเตรียมพื้นนาให้อุดมสมบูรณ์ก่อนทำนา

Posted by Gang of 4wd on 19:33 in
ข้าว(1)การเตรียมพื้นนาให้อุดมสมบูรณ์ก่อนทำนาใช้ขี้ค้างคาว 10 กก.
ข้าว(2)ดินร่วน40กก.ผสมให้เข้ากันหว่านลงในนาอัตรา50กก./ไร่ก่อนทำการไถ



เกษตรกรส่วนใหญ่มักประสบปัญหาเรื่องสภาพดินในนาข้าว อาทิ ดินแข็งขาด ธาตุอาหาร ส่งผลต่อการเจริญเติบโตของต้นข้าว คุณลุงอรุณเกษตรกรบ้านหนองบัว มีพื้นที่นาข้าวที่ปลูกไว้สำหรับรับประทานภายในครัวเรือน ซึ่งคุณลุงมี เทคนิคเกี่ยวกับการบำรุงดินและการเตรียมพื้นที่นาข้าวอย่างง่ายๆ ด้วยมูล ค้างคาว โดยมีวิธีการดังนี้


สิ่งที่ต้องเตรียม :

1.มูลค้างคาว จำนวน 10 กิโลกรัม
**เป็นมูลค้างคาวจากธรรมชาติ ลักษณะสีเทา-ดำ มีปริมาณธาตุอาหารสูง**
2.ดินร่วนหรือดินจอมปลวก จำนวน 40 กิโลกรัม
วิธีการทำ :
1.นำมูลค้างคาวที่ได้มาร่อนเอาหินและสิ่งเจือปนที่ติดมาออกให้หมด
2.นำดินมาทุบให้ร่วนละเอียด
3.จากนั้นนำมูลค้างคาวมาผสมกับดินให้เข้ากัน
4.ทำการปรับสภาพพื้นที่นาด้วยวิธีการไถดะ และทำการตากดินไว้ประมาณ 7 วัน
5.จากนั้นทำการหว่านส่วนผสมที่ได้ลงไปในนาให้ทั่วแปลง (อัตราส่วนประมาณ 50 กก. ต่อไร่)
6.ทำการไถแปร
7.จากนั้นให้ทำการคราดทำเทือกเตรียมพร้อมสำหรับการหว่านเมล็ดข้าว
ประโยชน์ของมูลค้างคาวในนาข้าว : สามารถช่วยปรับปรุงคุณภาพดินทำให้ดินร่วนซุย นอกจากนี้มูลค้างคาวยังมีธาตุไนโตรเจนที่เป็นประโยชน์ต่อดินและต้นข้าว ส่งผลให้ข้าวแตกกอเร็ว ต้นข้าวแข็งแรงต้านทานต่อการทำลายของศัตรูพืช

ที่มา : นายอรุณ วิเศษโส บ้านหนองบัว ม.5 (ซอยปู่แดงสว่าง) ต.หาดพันไกร อ.เมือง จ.ชุมพร
ศูนย์ทางด่วนข้อมูลการเกษตร * 1677
สถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน จ.ชุมพร
อ่านต่อกดจ๊ะ......

0

การทำปุ๋ยหมักจากผักตบชวา

Posted by Gang of 4wd on 18:23 in

ผักตบชวา(1)ทำเป็นปุ๋ยหมักช่วยปรับสภาพดินเหนียวให้ร่วนซุยไถคราดง่าย
ผักตบชวา(2)ช่วยเพิ่มธาตุอาหารให้ดินและเป็นการกำจัดวัชพืชได้อีกทางหนึ่ง


ผัก ตบชวา เป็นพืชน้ำ (วัชพืช) ที่มีธาตุโปแตสเซียม เป็นจำนวนมาก และธาตุ ไนโตรเจนและฟอสฟอรัสพอสมควร ขึ้นอยู่กับสภาพของน้ำที่ขึ้น และเมื่อนำผัก ตบชวามาทำเป็นปุ๋ย จะเป็นการเพิ่มมูลค่าของผักตบชวาให้มีองค์ประกอบ ธาตุ อาหารหลักครบ คือ ไนโตรเจน 2.05% ฟอสฟอรัส 1.1% โปแตสเซียม 2.5% ธาตุทั้ง สามอย่างนี้จำเป็นแก่การเจริญเติบโตของพืชทุกชนิดในดิน ป้องกันไม่ให้วัชพืช ขึ้น และเมื่อสลายตัวก็กลายเป็นอินทรียวัตถุและปุ๋ยให้แก่พืชปลูก



วัตถุดิบ

1.ผักตบชวา 100 ส่วน
2.มูลสัตว์ 10 ส่วน
3.น้ำ (ตามความเหมาะสม)

วิธีทำ
นำผักตบชวาที่เอาขึ้นจากน้ำ นำมากองเป็นชั้น ๆ ประกอบผักตบชวา สูงประมาณ 30-40 ซม. จากนั้นนำใส่บัวรดน้ำ มารดพอเปียก แล้วใช้เท้าย่ำ โรยทับด้วยมูลสัตว์ ทำซ้ำกันประมาณ 3 ชั้น (แต่ละกองจะทำประมาณ 3 ชั้น) จากนั้นนำกระสอบป่านมาคลุมไว้ หมักทิ้งไว้ประมาณ 2 เดือน ระหว่างหมัก ควรกลับกองปุ๋ยหมักทุกๆ 15 วัน โดยเอาส่วนบนลงล่างและส่วนล่างขึ้นบน กลับกองปุ๋ยหมักประมาณ 2 ครั้ง จากนั้นก็ปล่อยให้ค่อยๆ กลายเป็นปุ๋ยหมัก ซึ่งจะมีสีดำคล้ำ ก็สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้นอกจากนำไปทำปุ๋ยหมักแล้ว ยังสามารถนำผักตบชวามาทำวัสดุคลุมดิน โดยนำผักตบชวาที่เอาขึ้นจากน้ำไปคลุมดิน เพื่อช่วยรักษาความชุ่มชื้นไว้ในดิน ป้องกันไม่ให้วัชพืชขึ้น และเมื่อสลายตัว ก็กลายเป็นอินทรียวัตถุและปุ๋ยให้แก่พืชปลูก

ประโยชน์/การนำไปใช้
สามารถใช้ได้ในปริมาณมากน้อย ตามความเหมาะสม เพราะใช้ในปริมาณมากก็ไม่เกิดผลเสียต่อพืช
1.ช่วยเพิ่มปริมาณอินทรียวัตถุให้แก่ดิน ทำให้ดินอุดมสมบูรณ์
2.ช่วยเปลี่ยนสภาพของดินจากดินเหนียวหรือดินทรายให้เป็นดินร่วนทำให้สะดวกในการไถพรวน
3.ช่วยรักษาความชุ่มชื้นในดินได้ดีขึ้น
4.ทำให้การถ่ายเทอากาศในดินได้ดี
5.ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ปุ๋ยเคมีและสามารถลดการใช้ปุ๋ยเคมีลงได้
6.ช่วยกระตุ้นให้ธาตุอาหารพืชบางอย่างในดินที่ละลายน้ำยากให้ละลายน้ำง่ายเป็นอาหารแก่พืชได้ดีขึ้น
7.ไม่เป็นอันตรายต่อดินแม้จะใช้ในปริมาณมาก ๆ ติดต่อกันนาน ๆ
8.เป็นการนำวัชพืชน้ำมาใช้ให้เกิดประโยชน์




ที่มา :ศูนย์ทางด่วนข้อมูลทางการเกษตร*1677
สถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน จ.อุบลราชธานี
อ่านต่อกดจ๊ะ......

0

วิธีช่วยลดปริมาณหนูกำจัดหนูในนาข้าว

Posted by Gang of 4wd on 18:49 in
นาข้าว(1)วิธีช่วยลดปริมาณหนูกำจัดหนูในนาข้าวใช้ทางมะพร้าวตัดยาวพอประมาณ
นาข้าว(2)ปักในนาโดยเอาทางหางลงเพื่อให้นกกลางคืนใช้เกาะเวลาออกล่าเหยื่อ

วิธีการกำจัดหนูในนาข้าวของคุณเรือง อริยวงศ์ บ้านเลขที่ 145 บ้านเขก หมู่ ที่ 8 ตำบลท่าโพธิ์ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก โทร.089-6634501

อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม

1.ทางมะพร้าวที่ตัดใบออกเเล้วให้เหลือเฉพาะทางมะพร้าว
2.มีดสำหรับเสี้ยมปลายให้เเหลม
วิธีการใช้งาน
1.นำไปปักในแปลงนาที่มีหนูชุกชุม โดยนำไปปักให้ทางมะพร้าวด้านที่เป็นโหงกอยู่ด้านบน
2.เมื่อนำไปปักลงในแปลงนา นกกลางคืน อาทิ นกเค้าแมว นกแสก จะมาเกาะและคอยจับหนูกินเป็นอาหาร หรือเมื่อหนูเห็นนกมาเกาะก็จะกลัวไม่กล้าอยู่บริเวณนั้น หนูจะหนีไปอยู่ที่อื่น สามารถปักในบริเวณที่พบว่าหนูระบาดอยู่ในแปลงนา


ที่มา : ศูนย์ทางด่วนข้อมูลการเกษตร * 1677
สถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน จ.พิษณุโลก
อ่านต่อกดจ๊ะ......

0

น้ำหมักไล่แมลงนาข้าวใช้ตะไคร้หอม

Posted by Gang of 4wd on 18:22 in
ข้าว(1)น้ำหมักไล่แมลงนาข้าวใช้ตะไคร้หอม,ข่า,พริกรวม10กก.กากน้ำตาล10ลิตร
ข้าว(2)น้ำ20ลิตรหมัก1เดือนใช้น้ำหมัก20ลิตรน้ำส้มควันไม้5ลิตร/น้ำ200ลิตร

ลุงนวล อินทสุข เกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิด จ.บุรีรัมย์ แนะนำ เกษตรกรผ่านรายการร่วมด้วยช่วยกัน จ.นครราชสีมา โดยเฉพาะเกษตรผู้ปลูก ข้าว ในช่วงข้าวออกรวงมักจะมีแมลงมาเจาะกินน้ำนมข้าว ส่งผลกระทบต่อ เกษตรกร จึงแนะสูตรน้ำหมักชีวภาพช่วยกำจัดแมลงเจาะกินน้ำนมข้าว



วัสดุ

1.ตะไคร้หอม
2.ข่า
3.พริก
(ทั้ง 3 อย่างรวมกัน 10 กก.)
4.กากน้ำตาล 10 กก.
5.น้ำ 20 ลิตร
นำส่วนผสมมาหมักทิ้งไว้ 1 เดือน คนทุก 3 วัน สามารถนำมาใช้ได้
อัตราการใช้ น้ำหมักชีวภาพ 20 ลิตร ผสมน้ำส้มควันไม้ 5 ลิตร ต่อน้ำ 200 ลิตร นำไปฉีดพ่นในแปลงนาข้าวช่วงเย็น ฉีดช่วงข้าวออกรวง จะช่วยกำจัดแมลงได้ทุกชนิด


ที่มา : ศูนย์ทางด่วนข้อมูลการเกษตร *1677
สถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน จ.นครราชสีมา
อ่านต่อกดจ๊ะ......

0

การทำน้ำหมักย่อยสลายตอซังข้าว

Posted by Gang of 4wd on 20:51 in
ข้าว(1)การทำน้ำหมักย่อยสลายตอซังข้าวใช้หน่อกล้วย60กก.กากน้ำตาล 60 กก.
ข้าว(2)รำละเอียด5กก. เกลือ1กก.หมัก10วันกรองแต่น้ำใช้300 CC/น้ำ100 ลิตร

คุณสมนึก ศรีสังข์สุข เกษตรกรผู้ปลูกข้าว อำเภอวิหารแดง จังหวัด สระบุรี ให้คำแนะนำเกษตรกรผ่านรายการร่วมด้วยช่วยกัน จ.นครราชสีมา ถึง วิธีการทำน้ำหมักชีวภาพช่วยย่อยสลายตอซังข้าว ช่วยบำรุงดินเพิ่มสาร อาหาร ด้วยขั้นตอนการทำดังนี้



วัตถุดิบ

1.หน่อกล้ายน้ำว้า 60 กิโลกรัม (ขุดตรงเหง้าที่เหนือดินขึ้นมา 1 เมตร ไม่เอาใบ และต้องตัดตอนเช้า เพราะจุลินทรีย์สมบูรณ์ที่สุด และต้องเป็นต้นที่ยังไม่ออกปลี )
2.กากน้ำตาล 60 กิโลกรัม
3.รำละเอียด 5 กิโลกรัม
4.เกลือป่น 1 กิโลกรัม
ขั้นตอนการทำ
สับต้นกล้วยให้ละเอียด และนำส่วนผสมทั้งหมดมาคลุกเค้าให้เข้ากัน หมักทิ้งไว้ 9-10 วัน กรองเอาแต่น้ำสามารถนำไปใช้ได้
อัตราการใช้
น้ำหมัก 1 แก้ว ต่อน้ำ 100 ลิตร เทราดกองปุ๋ยหมัก นำผ้ามาคลุมไว้ 10-15 วัน จะช่วยให้มูลสัตว์ย่อยสลายเร็วขึ้น หรือนำไปเทราดในแปลงนาจะช่วยย่อยสลายตอซังข้าว ช่วยบำรุงดินเพิ่มธาตุอาหาร


ที่มา : ศูนย์ทางด่วนข้อมูลการเกษตร * 1677
สถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน จ.นครราชสีมา
อ่านต่อกดจ๊ะ......

0

ปุ๋ยหมักปรับสภาพดินลูกรัง

Posted by Gang of 4wd on 17:39 in
ปุ๋ย(1)สูตรปรับสภาพดินลูกรังให้เพาะปลูกได้อีกครั้งของคุณ สุรชัย บุญคง
ปุ๋ย(2)ผู้คิดค้นทดลองใช้จนประสบความสำเร็จศึกษาการทำได้บนเว็บรักบ้านเกิด

ใน พื้นที่การเกษตรของเกษตรกรหลายท่าน อาจจะเป็นพื้นที่ที่แตกต่างกันไป ไม่ ว่าจะเป็นดินร่วน ดินเหนียว ดินดำ ฯลฯ ขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่ของ พื้นที่นั้น ๆ แต่ในส่วนของคุณสุรชัย บุญคง เกษตรกรผู้ทำไร่นาสวนผสม ผสาน ในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรีนั้น พื้นที่ของคุณสุรชัย จะเป็น พื้นที่ดินลูกรัง เป็นพื้นที่ที่หลาย ๆ คนคิดว่าไม่น่าจะปลูกอะไร ได้ แต่ปัจจุบันพื้นที่ดังกล่าว ของคุณสุรชัย สามารถทำการเกษตรได้เป็น อย่างดี เนื่องจากคุณสุรชัย ได้ทำการคิดค้นและทดลองการใช้ปุ๋ยหมักเพื่อ ปรับสภาพพื้นที่ดินลูกรังให้สามารถทำการเพาะปลูกได้ จนเป็นผลสำเร็จ และ สามารถปลูกพืชได้ดีมาจนถึงปัจจุบัน โดยมีวิธีการและรายละเอียดในการทำปุ๋ย หมักปรับสภาพดินดังนี้


วัสดุอุปกรณ์


1.ถั่วพร้า(ทั้งต้นทั้งรากและผล) 1 ตัน
2.มูลแพะ 10 กระสอบ (กระสอบละ 25 กิโลกรัม)
3.โดโลไมท์ (ปูนมาร์ล) 10 กระสอบ (กระสอบละ 25 กิโลกรัม)
4.พด.7 1 ซอง

วิธีการทำ
ในการทำปุ๋ยหมักนั้น คุณสุรชัย จะทำการผสมส่วนผสมทั้งหมด เป็นชั้น ๆ ดังนี้
1.ชั้นล่างสุด ให้รองพื้นของกองปุ๋ยหมักด้วย ถั่วพร้า ครึ่งหนึ่งของจำนวนที่เตรียมไว้
2.ชั้นที่ 2 ให้นำ พด.7 จำนวน ครึ่งซอง ไปละลายน้ำคนให้เข้ากัน แล้วนำไปราดให้ทั่วกอง
3.จากนั้น ให้นำโดโลไมท์ หรือปูนมาร์ล ที่เตรียมไว้ มาใส่โรยทับให้ชั้นถัดมา
4.นำถั่วพร้าอีกครึ่งหนึ่งที่เหลืออยู่ ใส่ลงไป
5.หลังจากนั้น ให้นำขี้แพะทั้งหมดที่เตรียมไว้ มาเทลงไปในชั้นถัดมา
6.ชั้นสุดท้ายให้ราดน้ำ ละลาย พด.7 ที่เหลือราดลงไปให้ทั่ว แล้วให้หาวัสดุจำพวกผ้าใบ หรือสังกะสี ปิดคลุมไว้ หมักไว้ประมาณ 3 เดือน ก็สามารถนำปุ๋ยหมักไปใช้ประโยชน์ได้ (ยิ่งหมักนานยิ่งดี)

วิธีการใช้
ให้นำปุ๋ยหมักที่ได้ ไปหว่านให้ทั่วพื้นที่แปลงปลูก ในช่วงการเตรียมดิน ในปริมาณ 100 กิโลกรัมต่อไร่
** ในการหมักนั้น แนะนำให้ทำการหมักในที่ร่ม หรือในสวนผลไม้ อย่างเช่นสวนมะม่วงก็ได้ เพื่อความสะดวกให้การใช้งาน และที่สำคัญ เศษปุ๋ยที่เหลือจะช่วยในการบำรุง หรือปรับสภาพแปลงปลูกของเราได้อีกด้วย


ที่มา : ศูนย์ทางด่วนข้อมูลทางการเกษตร*1677
สถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน จ.สระบุรี
อ่านต่อกดจ๊ะ......

0

การทำน้ำหมักบำรุงต้นข้าวช่วงข้าวตั้งท้อง

Posted by Gang of 4wd on 17:33 in
ข้าว(1)การทำน้ำหมักบำรุงต้นข้าวช่วงข้าวตั้งท้องเพิ่มความสมบูรณ์ของข้าว
ข้าว(2)วิธีการทำน้ำหมักก็ไม่ยุ่งยาก สนใจโทร * 1677 กด 2


สูตรน้ำหมักจุลินทรีย์บำรุงข้าวช่วงตั้งท้อง
วัตถุดิบ


- หน่อกล้วย 3 กิโลกรัม
- หน่อไม้ 3 กิโลกรัม
- ผักบุ้ง 3 กิโลกรัม
- กากน้ำตาล 1 ลิตร
- น้ำเปล่า 10 ลิตร
วิธีการ
- นำวัตถุดิบทั้งหมดมาสับละเอียด จากนั้นคลุกเคล้าให้เข้ากันกับกากน้ำตาล แล้วใส่ลงในภาชนะ แล้วเติมน้ำลงไปตามสูตร
- นำถังตั้งไว้ในที่ร่ม ทำการหมักนาน 15-20 วัน สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้
การนำไปใช้
- ใช้น้ำหมักเข้มข้น 20 ลิตร สาดลงให้ทั่วนา หลังปักดำ 15 วัน
- ใช้น้ำหมัก 0.5 แก้ว + น้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นให้ทั่วช่วงข้าวเริ่มตั้งท้อง เป็นการบำรุงข้าวให้มีความสมบูรณ์แข็งแรง และต้านทานโรค


ที่มา : ศูนย์ทางด่วนข้อมูลการเกษตร * 1677
สถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน จ.อุบลราชธานี
อ่านต่อกดจ๊ะ......

0

น้ำหมักน้ำปัสสาวะบำรุงข้าวเร่งโต

Posted by Gang of 4wd on 17:17 in
ข้าว(1)น้ำปัสสาวะประโยชน์ที่ถูกมองข้ามนำมาทำน้ำหมักผสมกับกากน้ำตาล1ลิตร
ข้าว(2)น้ำหมักชีวภาพ1ลิตรเติมปัสสาวะทุกวันครบ20วันใช้ได้1ลิตร/น้ำ20ลิตร

ลุง จุ๊ หรือ ลุงจุรีรัตน์ หวลถนอม ชาวนา ที่ ต.หนองเสม็ด อ.เมือง จ.ตราด ทำนา มาหลายสิบปีและขยันหมั่นศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมเพื่อนำมาปรับใช้ในการทำนา ให้ได้ผลดีวันนี้ลุงจุ๊มีอีกหนึ่งเคล็ดลับดีๆ มาฝากนั่นคือ นำน้ำปัสสาวะมา ทำปุ๋ยใช้ในนาข้าว ซึ่งได้ผลดี

เนื่องจากในน้ำปัสสาวะมีไนโตรเจน แอมโมเนีย ยูเรีย กรดยูลิค อยู่ปริมาณมากและยังมีธาตุอาหารอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อพืช และน้ำปัสสาวะในคนปกติจะเป็นน้ำปัสสาวะที่ปลอดเชื้อ สามารถช่วยประหยัดต้นทุนในการใช้ปุ๋ยได้



วิธีการนำน้ำปัสสาวะเพื่อใช้เป็นปุ๋ย
วัสดุ
1.ถัง
2.กากน้ำตาล 1 ลิตร
3.น้ำหมักชีวภาพ 1 ลิตร

นำกากน้ำตาลและน้ำหมักชีวภาพ ผสมให้เข้ากัน ใส่ลงไปในถัง แล้วปิดฝาหลังจากนั้นให้นำน้ำปัสสาวะเติมลงไปในทุกวันคนแล้วปิดไว้ โดยเติมน้ำปัสสาวะลงไปทุกวัน จนครบ 20 วัน ก็สามารถนำไปใช้ได้

วิธีการใช้
นาข้าวใช้ น้ำหมักปัสสาวะ 1 ส่วน/น้ำ 200 ส่วน โดยใช้น้ำหมักปัสสาวะ 2 ลิตร/ไร่

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
ลุงจุ๊ จุรีรัตน์ หวลถนอม
เบอร์ติดต่อ 086-836-7478

ที่มา : ศูนย์ทางด่วนข้อมูลการเกษตร * 1677
สถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน จ.จันทบุรี
อ่านต่อกดจ๊ะ......

0

ปุ๋ยหมักบำรุงดินเร่งข้าวโตเร็ว

Posted by Gang of 4wd on 18:43 in
ข้าว(1)ปุ๋ยหมักสูตรคุณวินัย สมพงษ์ เกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิด จ.ขอนแก่น
ข้าว(2)บำรุงข้าวโตเร็วเพิ่มธาตุอาหารในดิน เกษตรกรท่านใดสนใจโทร*1677กด 2

คุณวินัย สมพงษ์ เกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิด จ.ขอนแก่น แนะนำเกษตรกร ผ่านรายการร่วมด้วยช่วยกัน จ.นครราชสีมา ถึงปัญหาของเกษตรกรที่มีสภาพดิน เสื่อมโทรม ทำการเกษตรได้ผลิตผลไม่ดีเท่าที่ควร จึงแนะนำวิธีการทำปุ๋ยหมัก บำรุงนาข้าว ด้วยวิธีง่ายๆๆ คือ



วัสดุดิบ/อุปกรณ์
1.ขี้เป็ด 60 กก.
2.กากมัน 20 กก.
3.กากอ้อย 20 กก.
4.ฟอสเฟต 5-10 กก.
5.ไดโรไมต์ 10 กก.
6.รำหยาบ 5 กก.
7.กากน้ำตาล 1 กก.
8.น้ำหมักหอบเชอร์รี่ 1 ลิตร / น้ำ 100 ลิตร

นำส่วนผสมทั้งหมดมาคลุกเคล้าให้เข้ากัน หมักทิ้งไว้ 15 วัน กลับกอง 4 วันครั้ง สามารถนำมาใช้ได้
การใช้ ในนาข้าว 500 กก./ ไร่ ใช้รองพื้นแล้วไถดะ จะช่วยปรับสภาพดิน หน้าดินที่ตายจะกลับฟื้นคืนมา ช่วยให้ข้าวเจริญเติบโตเร็ว ได้ผลผลิตดี


ที่มา : ศูนย์ทางด่วนข้อมูลการเกษตร * 1677
สถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน จ.นครราชสีมา

อ่านต่อกดจ๊ะ......

0

สมุนไพรกำจัดเชื้อราในนาข้าว

Posted by Gang of 4wd on 18:41 in
ข้าว(1)สมุนไพรกำจัดเชื้อราในนาข้าวใช้สมุนไพรรสขม เช่น บอระเพ็ด สะเดา
ข้าว(2) 3กก.กากน้ำตาล1กก.เติมน้ำพอท่วมหมัก1เดือนการใช้50 CC /น้ำ20ลิตร

น้ำสกัดสมุนไพรป้องกันและกำจัดเชื้อรา ของคุณลุงสละ นิภา กรณ์ เกษตรกรผู้มีความเชี่ยวชาญทางด้านการทำน้ำหนักและการใช้ปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียงในการดำรงชีพ ในพื้นที่จังหวัดสระบุรี ได้ประสบกับ ปัญหา เกี่ยวกับเชื้อราในนาข้าวและในพืช ทำให้ได้คิดค้นสูตรน้ำสกัด สมุนไพร เพื่อป้องกัน และกำจัดเชื้อรา จนประสบความสำเร็จ และได้นำ มาเผยแพร่ ให้กับเกษตรกรท่านอื่นๆ ที่ประสบปัญหาเดียวกันนี้ นำไปใช้ ประโยชน์ได้




ส่วนประกอบ
1. สมุนไพรรสขมหรือฝาด เช่น บอระเพ็ด สะเดา มะระ ฟ้าทะลายโจร ใบฝรั่ง เป็นต้น จำนวน 3 กิโลกรัม
2. กากน้ำตาล 1 กิโลกรัม
3. น้ำสะอาด เติมจนท่วมสมุนไพร

วิธีการทำ
นำสมุนไพรมาสับให้ละเอียด เทใส่ถังหมักแล้วก็เทกากน้ำตาลลงไป แล้วเติมน้ำสะอาดลงไปให้ท่วมคนให้เข้ากัน ปิดฝาถังหมัก (ไม่ต้องแน่นจนเกินไป) ทิ้งไว้ 1 เดือนขึ้นไป กรองเอาแต่น้ำนำมาใช้ประโยชน์

การนำไปใช้ประโยชน์
* ถ้านำมาใช้กับนาข้าว ให้ใช้ในอัตรา 30 – 50 ซีซี ผสมน้ำกับ 20 ลิตร นำไปฉีดพ่น หรือปล่อยให้ไหลไปกับน้ำในร่องน้ำของแปลงนา ในช่วงที่มีเชื้อราระบาด ใช้ทุก ๆ 5 - 7 วัน ในช่วงเช้าก่อนแดดจัด
* ถ้านำมาใช้กับพืชผัก ไม้ผลและพืชไร่ ให้นำไปฉีดพ่น ให้ทั่ว หรือบริเวณที่เกิดเชื้อรา ในอัตราส่วนที่เท่ากัน


แหล่งข้อมูล : คุณลุงสละ นิภากรณ์ เกษตรกรผู้มีความเชี่ยวชาญทางด้านการทำน้ำหนักและการใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอ เพียงในการดำรงชีพ ในพื้นที่จังหวัดสระบุรี


ที่มา : ศูนย์ทางด่วนข้อมูลการเกษตร * 1677
สถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน จ.สระบุรี

อ่านต่อกดจ๊ะ......

0

การใช้กากชากกำจัดหอยเชอรี

Posted by Gang of 4wd on 18:38 in
ข้าว(1)วิธีกำจัดหอยเชอรีอีกวิธีที่ไม่ยุ่งยากไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม
ข้าว(2)ใช้กากชาหว่านลงนา3กก./ไร่หลังจากทำเทือกเสร็จหรือปล่อยน้ำเข้านา

คุณ บุญชัย พิมพ์รัตน์ อยู่บ้านเลขที่ 174/1 หมู่ 7 บ้านหนอง ปลิง ตำบลท่านางงาม อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก โทร.083-410-0349




วัตถุดิบที่ต้องเตรียม
1.กากชา
2.ภาชนะสำหรับใส่กากชาเวลาหว่าน 1 ชิ้น

วิธีการใช้
หว่านกากชาลงไปในนา หลังการเตรียมดินทำเทือกเสร็จเพื่อกำจัดหอยเชอรี่ ก่อนที่จะปักดำต้นข้าวหรือหว่านเมล็ดพันธุ์ข้าวลงไป โดยจะนำกากชาหว่านในอัตราส่วน 3 กิโลกรัมต่อไร่ ซึ่งจะหว่านเพียงครั้งเกี่ยวจนกว่าจะเก็บเกี่ยว ก็จะหมดปัญหาเรื่องหอยเชอรี่ในนาข้าว

คุณสมบัติของกากชา
กากชาจะมีสารซาโปนิน ถ้าเป็นชาคุณภาพดีจะมีอยู่มากกว่า 13 เปอร์เซ็นต์ สารตัวนี้จะไปทำลายระบบประสาทของหอยเชอรี่ เมื่อหว่านลงไปหอยก็จะตายประมาณ 5-10 นาที ซึ่งหอยที่ตายเหล่านี้ก็จะเป็นอาหารชั้นดีของนก หนู งู แม้กระทั่งคนก็เอามารับประทานได้ไม่เป็นอันตรายแต่อย่างใด เป็นการทำให้ระบบห่วงโซ่อาหารกลับมาเหมือนเดิม ไม่ทำลายระบบนิเวศ



ที่มา : ศูนย์ทางด่วนพข้อมูลการเกษตร *1677
สถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน จ.พิษณุโลก
อ่านต่อกดจ๊ะ......